
ค่าเงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.72/74 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.69/70 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.70-32.80 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ปรับตัวอ่อนค่าไปเล็กน้อย จากราคาทองคำในตลาดโลกที่ย่อลงจากเมื่อวาน
สำหรับคืนนี้ยังไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่ต้องติดตาม ตลาดรอดูดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.ค. และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/69 ที่จะมีการรายงานในวันพรุ่งนี้ (26 ส.ค.)
นักบริหารเงิน คาดว่า วันพรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.65-32.85 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.28/33 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 159.18/23 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1669/1671 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1665/1667 ดอลลาร์/ยูโร
– ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,596.01 จุด ลดลง 5.04 จุด (-0.31%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 59,753.33 ล้านบาท
– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 965.51 ล้านบาท
– รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความชัดเจนของโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ว่า เตรียมจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนก.ย.นี้ และคาดว่าจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 69 จากการหารือล่าสุดร่วมกับรมว.คลัง พร้อมด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส จะพร้อมใช้ในเดือนธ.ค.69 ขณะเดียวกัน จะขยายสิทธิเป็น 1 ล้านสิทธิ จากเดิมที่ตั้งไว้ 5 แสนสิทธิ โดยจะใช้งบประมาณราว 3,500 ล้านบาท จาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
– ส.อ.ท. สนับสนุนความพยายามของรัฐบาลในการเร่งรัดการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ (ART) ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว โดยมองว่า เป้าหมายของ ART ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการลดอัตราภาษี แต่ควรมุ่งสร้างความแน่นอนทางการค้า ลดอุปสรรคและความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้า ตลอดจนส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐฯ ให้ขยายตัวอย่างสมดุล โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศสามารถเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มการลงทุน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจร่วมกัน เพื่อให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจภายใต้ ART ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
– ส.อ.ท. เผยตลาดรถยนต์ไทยเดือน ก.ค. 69 มีสัญญาณฟื้นตัว หลังยอดขายในประเทศพุ่งกว่า 20% ขณะที่การผลิตเพิ่ม 6.12% และส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปขยับขึ้น 2.39% แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมยังเผชิญโจทย์ใหญ่ เมื่อ EV โตแรงจนยอดขาย 7 เดือนทะลุ 1.25 แสนคัน แต่กว่า 62% เป็นรถนำเข้า ขณะที่ รถกระบะซึ่งเป็นฐานผลิตสำคัญของไทยทรุดหนัก จากสินเชื่อเข้มงวด กระทบต่อเนื่องถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชน
– SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 69 ขึ้นเป็น 2.2% จากแรงส่งการลงทุน และส่งออกกลุ่มดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์ แต่การเติบโตยังกระจุกตัว และพึ่งพาการนำเข้าสูง พร้อมคาด กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ตลอดทั้งปีนี้ ส่วนปี 70 คาดเศรษฐกิจไทย โต 2.1%
– สหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บภาษี 7.5% กับสินค้าจากจีน โดยอ้างข้อกังวลเกี่ยวกับกำลังการผลิตส่วนเกิน (overcapacity) ของจีน ก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งมีแผนจะจัดขึ้นในเดือนก.ย
– ราคาทองคำสปอตและราคาทองคำฟิวเจอร์ต่างก็ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือนในช่วงเช้าวันนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งแผนการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ช่วยฉุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรชะลอตัวลง
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน





