ฮอนด้าเล็งสร้างโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐฯ ลุยขยายกำลังผลิตรถไฮบริด

ฮอนด้า มอเตอร์ (Honda Motor Co.) ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อวันอังคาร (25 ส.ค.) ว่า บริษัทกำลังพิจารณาการสร้างโรงงานประกอบรถยนต์แห่งใหม่ในสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์ไฮบริด ขณะที่บริษัทได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การผลิตและการขาย ภายหลังการปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

โฆษกของฮอนด้ากล่าวว่า “เป็นความจริงที่บริษัทกำลังพิจารณาเรื่องการก่อสร้างโรงงานประกอบแห่งใหม่ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปหรือการตัดสินใจขั้นสุดท้าย”

สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า ฮอนด้ามีแผนตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายภายในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า และตั้งเป้าเริ่มดำเนินงานโรงงานแห่งใหม่ราวปี 2573 โดยบริษัทกำลังพิจารณาผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) ระบบไฮบริด ซึ่งเป็นรถที่มีความต้องการสูงในตลาด

ปัจจุบัน ฮอนด้ามองว่า การเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มรถยนต์ไฮบริดถือเป็นส่วนสำคัญในกลยุทธ์ของบริษัท โดยมีแผนจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จำนวน 15 รุ่น ซึ่งเน้นตลาดอเมริกาเหนือเป็นหลัก ภายในปีงบประมาณ 2572

โฆษกกล่าวเพิ่มเติมว่า การตัดสินใจลงทุนดังกล่าวยังได้รับผลกระทบจากความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่สหรัฐฯ กำลังพยายามดำเนินการปรับปรุงแก้ไข

ทั้งนี้ ฮอนด้าได้สร้างห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมทั่วอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมถึงแคนาดาและเม็กซิโก โดยบริษัทอาจทบทวนและปรับเปลี่ยนแผนการสร้างโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐฯ อีกครั้ง ขึ้นอยู่กับผลการเจรจาข้อตกลงดังกล่าว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ว่า ภาษีศุลกากรสำหรับรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งหมดที่นำเข้าจากแคนาดาจะปรับขึ้นเป็น 50% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ปีหน้า โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามในการกดดันแคนาดาให้ยอมอ่อนข้อ ท่ามกลางการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ระหว่างสองประเทศที่ยังดำเนินต่อไป

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช