ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.) โดยดัชนี FTSE 100 ปรับตัวลงวันเดียวมากที่สุดในรอบประมาณ 1 เดือนครึ่ง ท่ามกลางแรงกดดันหลัก ๆ จากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน ซึ่งบดบังแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มข้อมูลและซอฟต์แวร์
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,792.54 จุด ลดลง 85.58 จุด หรือ -0.79%
หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษลดลง เนื่องจากนักลงทุนเลื่อนคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไปของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ออกไปเป็นปี 2570
หุ้นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ อาทิ Shell และ BP ต่างลดลงประมาณ 1.5%
ในทางตรงกันข้าม หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 1% และเป็นกลุ่มที่ทำผลงานดีที่สุดในตลาด หลัง Nvidia คาดการณ์ว่า รายได้ในปีงบการเงินถัดไปจะเพิ่มขึ้น 70% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการระบบประมวลผลสำหรับ AI ที่ยังคงแข็งแกร่ง
หุ้นกลุ่มข้อมูลและซอฟต์แวร์ของอังกฤษก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน หลังการปรับเพิ่มคาดการณ์ของ Salesforce และ CrowdStrike ช่วยหนุนหุ้นในกลุ่มที่ก่อนหน้านี้ปรับตัวตามหลังตลาด โดยหุ้น Relx เพิ่มขึ้น 3.3% ขณะที่หุ้น London Stock Exchange Group พุ่ง 4.4% และหุ้น Experian เพิ่มขึ้น 2.8%
สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น Halfords พุ่งขึ้น 12.6% หลังบริษัทคาดการณ์กำไรประจำปีสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้
ส่วนหุ้น Computacenter เพิ่มขึ้น 4.7% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี FTSE 100 หลัง Peel Hunt ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้นเป็น Buy จาก Add พร้อมเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 6,000 เพนนี จาก 4,400 เพนนี
หุ้น Ten Lifestyle Group เพิ่มขึ้น 3.9% หลังบริษัทเปิดเผยว่าได้รับสัญญาฉบับใหม่ระยะหลายปีในภูมิภาคอเมริกา
ตลาดโดยรวมยังคงจับตาทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ โดยนักลงทุนรอสุนทรพจน์ของ เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่เมืองแจ็กสัน โฮลในวันศุกร์นี้
นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์เล็กน้อยว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





