
SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการส่งออกไทยปี 69 เป็น 16% รับอานิสงส์ความต้องการ AI ทั่วโลกดันยอดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง แต่ภาคส่งออกยังโตแบบ K-shaped ขณะที่นำเข้าขยายตัวแรงกว่าถึง 28% ส่อขาดดุลสูงขึ้น จับตาความเสี่ยงมาตรการภาษีจากสหรัฐฯ หลังไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Tier 2 เสี่ยงโดนเพ่งเล็งตรวจสอบเข้มเรื่องการส่งผ่านสินค้าจีนเพื่อเลี่ยงภาษี
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ปรับเพิ่มประมาณการมูลค่าส่งออกไทยปี 69 เป็น 16%YoY (เดิมมอง 10%, ตัวเลขระบบดุลการชำระเงิน) สอดคล้องกับข้อมูลส่งออกปัจจุบันที่ออกมาเติบโตสูง และมีแนวโน้มสูงต่อเนื่องในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั่วโลก ทั้ง Data center, Semiconductor และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สะท้อนจากมูลค่าส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเกาหลีใต้ 25 วันแรกของเดือน ส.ค. ที่ขยายตัวสูงกว่า 122.8% อีกทั้งสินค้ากลุ่มนี้มีสหรัฐฯ เป็นตลาดหลัก ซึ่งยังไม่ถูกสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีเพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี แม้ภาพแนวโน้มส่งออกไทยจะขยายตัวได้ดี แต่การเติบโตที่เห็นมีลักษณะ K-shaped กระจุกตัวสูงในบางกลุ่มสินค้าและตลาดหลัก โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และตลาดสหรัฐฯ ขณะที่สินค้าและตลาดอื่นขยายตัวค่อนข้างจำกัด สะท้อนว่าการเติบโตของภาคส่งออกยังไม่กระจายตัวในวงกว้าง
นอกจากนี้ ประมาณการมูลค่านำเข้าปี 69 มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นเช่นกันเป็น 28% (เดิมมอง 16.9%, ตัวเลขในระบบดุลการชำระเงิน) อัตราการเติบโตของนำเข้าไทยสูงกว่าส่งออกมาก โดยการนำเข้าในช่วง 7 เดือนแรกขยายตัวสูงถึง 37.8% ในช่วงที่เหลือของปีแม้มูลค่านำเข้าสินค้าพลังงานอาจมีแนวโน้มลดลงได้ หากสงครามในตะวันออกกลางคลี่คลายลง แต่ความไม่แน่นอนยังสูง สำหรับการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป และสินค้าทุนมีแนวโน้มขยายตัวสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ดุลการค้า (ทั้งตัวเลขระบบดุลการชำระเงินและระบบศุลกากร) ปี 69 มีแนวโน้มขาดดุลสูงกว่าปีก่อน
*ไทยถูกจัดอยู่ใน Tier 2 ในกรณี Transshipment เสี่ยงถูกสหรัฐฯ ตรวจสอบเข้มขึ้น
SCB EIC มีมุมมองว่า ในระยะข้างหน้า การส่งออกไทยยังเผชิญความเสี่ยงสูงจากมาตรการการค้าสหรัฐฯ เพิ่มเติม โดยเฉพาะการสอบสวนภายใต้ Section 301 กรณี Structural Excess Capacity ซึ่งในประเด็นนี้ไทยเป็นเพียง 1 ใน 16 ประเทศคู่ค้าสหรัฐฯ ที่ถูกสอบสวน (คาดว่าจะรู้ผลภายในเดือน ก.ย. 69)
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 69 สหรัฐฯ เผยแพร่รายงาน The Great Transshipment Scam เพื่อชี้ให้เห็นความเสี่ยงจากการลักลอบส่งผ่านสินค้า (Illegal Transshipment) เข้าประเทศสหรัฐฯ ผ่านประเทศที่สาม เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าและมาตรการการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเชื่อมโยงกับจีน (China-linked goods) ทั้งด้านแหล่งวัตถุดิบ ชิ้นส่วน ผู้ถือหุ้น กระบวนการผลิต หรือเส้นทางการค้า
โดยสหรัฐฯ พบว่า ตั้งแต่เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนภายใต้ Section 301 ในปี 61 สินค้าจีนบางส่วนมีแนวโน้มเปลี่ยนเส้นทางส่งผ่านประเทศที่สามมากขึ้น โดยอาจเป็นเพียงการประกอบขั้นปลาย บรรจุใหม่ เปลี่ยนฉลาก หรือแก้ไขเอกสารแหล่งกำเนิดสินค้า ก่อนส่งออกไปยังสหรัฐฯ รายงานฉบับนี้ได้ระบุจำนวนประเทศที่มีความเสี่ยง Transshipment Scam มากกว่า 40 ประเทศ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
· Tier 1 : Diversified Scale Leaders ประเทศที่มีปริมาณส่งผ่านสินค้าที่เชื่อมโยงกับจีนในระดับสูง แต่มีฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่ใหญ่และหลากหลาย ได้แก่ แคนาดา สหภาพยุโรป อินเดีย อิสราเอล ญี่ปุ่น เม็กซิโก เกาหลีใต้ และไต้หวัน
· Tier 2 : Scale Leaders with Significant Economic Integration with China ประเทศที่มีปริมาณส่งผ่านสินค้าที่เชื่อมโยงกับจีนสูง และมีห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกับจีนสูง ได้แก่ บราซิล อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ตุรกี และเวียดนาม
· Tier 3 : Small, Opportunistic Chinese Targets ประเทศที่มีปริมาณสินค้าส่งผ่านจากจีนค่อนข้างต่ำ
แต่อาจมีข้อได้เปรียบพิเศษที่เป็นเป้าหมายให้จีนลักลอบส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ ได้ เช่น ต้นทุนแรงงาน เขตปลอดภาษี การบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวด เช่น กัมพูชา ลาว เมียนมา ปานามา และจอร์แดน
SCB EIC มองว่า ผู้ส่งออกและผู้ผลิตไทยเสี่ยงเผชิญปัญหาการค้าขายในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น เนื่องจากไทยถูกจัดอยู่ใน Tier 2 สะท้อนว่ าสหรัฐฯ มองไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเชื่อมโยงกับ Supply chain จีนค่อนข้างสูง และมีศักยภาพในการรองรับสินค้าที่ส่งต่อไปยังตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะสินค้าที่พึ่งพาวัตถุดิบจากจีนสูง
ดังนั้น ในระยะข้างหน้า ผู้ส่งออกไทยอาจเผชิญการตรวจสอบ Rule of Origin เส้นทางการค้า สัดส่วนวัตถุดิบจากจีน และกำลังการผลิตจริงในประเทศที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะถูกสอบสวนหรือใช้มาตรการทางการค้าเพิ่มเติม หากสหรัฐฯ เห็นว่าสินค้าส่งออกจากไทยมีลักษณะเป็นการเปลี่ยนแปลงแหล่งกำเนิด เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี มากกว่าการผลิตที่เกิดขึ้นจริงในไทย
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน





