
ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติด้วยคะแนนเสียง 132 ต่อ 11 เสียง งดออกเสียง 28 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง อนุมัติพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ หลังจากใช้เวลาในการอภิปรายและชี้แจงนานกว่า 4 ชั่วโมง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวขอบคุณที่ประชุมวุฒิสภา ในการพิจารณาพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 พร้อมยืนยันว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้เกิดขึ้นจากความจำเป็นเร่งด่วนและเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ วิกฤตครั้งนี้ต่างจากอดีตที่อาจเริ่มจากเศรษฐกิจติดลบหรือธนาคารล้ม แต่ครั้งนี้เริ่มจากพลังงานแพง ลามเป็นของแพง และกระทบกำลังซื้อประชาชนโดยตรง
นายเอกนิติ ย้ำว่า ความโปร่งใสและความคุ้มค่าเป็นหัวใจของ พ.ร.ก.ฉบับนี้ ทุกโครงการต้องเปิดเผยบนเว็บไซต์ ตรวจสอบ วิจารณ์ และทักท้วงได้ หากพบส่วนใดไม่โปร่งใสหรือส่อทุจริต ขอให้แจ้งมา รัฐบาลและกระทรวงการคลังพร้อมเข้าไปร่วมตรวจสอบทันที
*ปลัดคลัง ย้ำไม่ใช่ตีเช็คเปล่า ตั้งเกณฑ์กลั่นกรองเข้ม โปร่งใส ทุกโครงการต้องคุ้มค่า จบภายในปี 2570

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ชี้แจงว่า กระบวนการใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.ฯ จะไม่ใช่การตีเช็คเปล่า อย่างที่หลายฝ่ายกังวล โดยความกังวลส่วนใหญ่ของสมาชิกวุฒิสภาในการอภิปรายวันนี้อยู่ที่เงินกู้ส่วนที่ 2 วงเงิน 200,000 ล้านบาท สำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีโครงการใดเสนอเข้ามาอย่างเป็นทางการ ข่าวหรือกระแสในสังคมที่ระบุว่าจะทำโครงการนั้นโครงการนี้ จึงยังไม่ใช่ข้อเสนอที่เข้าสู่การพิจารณา
อย่างไรก็ตาม หาก พ.ร.ก.ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาแล้ว เชื่อว่า จะมีโครงการที่ดีเสนอเข้ามา แต่ทุกโครงการต้องมีรายละเอียดครบถ้วน ตั้งแต่วัตถุประสงค์ งบประมาณ ผู้ได้รับประโยชน์ ความคุ้มค่า และความสอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่เสนอเพียงชื่อโครงการแล้วได้รับอนุมัติทันที
ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ไม่ใช่ทุกโครงการที่เสนอมาจะผ่านการพิจารณา เพราะคณะกรรมการกลั่นกรองมีหลักเกณฑ์ละเอียดกว่าที่เขียนไว้ในตัว พ.ร.ก. ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทและไม่สามารถใส่รายละเอียดเชิงปฏิบัติทั้งหมดลงไปได้
นายลวรณ กล่าวว่า สำหรับหลักเกณฑ์สำคัญ โครงการต้องมีความจำเป็นเร่งด่วน แต่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ต้องพร้อมดำเนินการทันทีเมื่อได้รับอนุมัติ และต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย.70 พร้อมเบิกจ่ายงวดสุดท้ายไม่เกินวันที่ 31 ธ.ค.70
นายลวรณ กล่าวว่า เงื่อนไขดังกล่าวหมายความว่า โครงการระยะยาวหรือโครงการที่ยังไม่พร้อม จะไม่สามารถใช้เงินจาก พ.ร.ก.ฉบับนี้ได้ เพราะมีเวลาปฏิบัติจริงเพียง 1 ปีเศษเท่านั้น ทุกโครงการจึงต้องเป็นงานที่เห็นผลได้จริง คุ้มค่า และเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย
นอกจากความพร้อมแล้ว โครงการต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความต้องการของประชาชนและชุมชน รวมถึงต้องช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในบริบทที่ประเทศต้องลดความเปราะบางจากการพึ่งพาพลังงานนำเข้า
ทั้งนี้ นายลวรณ กล่าวว่า เนื่องจากเงินกู้ส่วนที่ 2 เป็นเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน คณะกรรมการจึงตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานร่วมพิจารณาก่อนส่งเข้าสู่คณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อให้การตัดสินใจไม่มองเฉพาะมิติการคลัง แต่ครอบคลุมความเหมาะสมทางเทคนิคและผลต่อระบบพลังงานของประเทศ
นายลวรณ กล่าวว่า หลังโครงการผ่านการพิจารณาแล้ว ยังต้องมีการประเมินผลการใช้จ่ายเงินว่าคุ้มค่าหรือไม่ โดยคณะกรรมการประเมินผลมีประธานเป็นบุคคลภายนอกและผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก เพื่อรักษาความเป็นอิสระ โปร่งใส และตรวจสอบได้
ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แม้ พ.ร.ก.ผ่านแล้ว เรื่องนี้จะไม่จบเพียงในฝ่ายบริหาร เพราะภายใน 60 วันหลังสิ้นปีงบประมาณ กระทรวงการคลังต้องรายงานการกู้เงิน วัตถุประสงค์การใช้จ่าย และผลสัมฤทธิ์ที่ได้รับต่อรัฐสภา
*“เอกนัฏ” แจงกู้เงินพลังงานไม่ใช่อุดรูรั่ว แต่ลงทุนเปลี่ยนผ่าน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ชี้แจงว่า เงินกู้ 400,000 ล้านบาทแบ่งเป็น 2 ส่วน โดย 200,000 ล้านบาทแรก ใช้บรรเทาผลกระทบแบบมุ่งเป้า ส่งตรงถึงประชาชน ไม่มีการซื้อของหรือเปิดช่องเงินทอน ส่วนอีก 200,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืน ไม่ใช่กู้มาปะผุแล้วปล่อยให้เลือดไหลต่อไป
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน




