บมจ. กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง [GUNKUL] ผนึก บริษัท สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จำกัด เดินหน้าขยายผลโครงการ Solar Rooftop สู่โมเดล Solar-plus-Battery ครอบคลุมพื้นที่กว่า 54,400 ตารางเมตร ให้กับ สยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2,540 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GUNKUL เผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GUNKUL และสยามพิวรรธน์ ในการผลักดันศูนย์การค้าแรกในไทยที่ใช้พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ส่วนกลาง (Common Area) 100% (RE100) ภายในปี 2030 ผ่านโมเดล ‘Solar-plus-Battery’ โดยจากเดิมการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้แค่ในช่วงกลางวัน แต่รูปแบบการติดตั้งแบบผสมผสานระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ สามารถช่วยผู้ประกอบการเห็นผลลัพธ์การประหยัดค่าไฟฟ้าที่มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านการบริหารจัดการพลังงานสะอาดไปใช้ในเวลาที่จำเป็นต่อธุรกิจ
โดย BloombergNEF คาดการณ์ว่าต้นทุนของโมเดลโซลาร์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน เริ่มเข้าสู่ช่วงต้นทุนที่แข่งขันได้ รวมทั้งการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานทั่วโลกในปี 2026 จะเพิ่มขึ้น 41% จากปี 2025 สะท้อนการเติบโตอย่างรวดเร็วและศักยภาพของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในทุกสเกล ไม่ว่าจะเป็นระดับครัวเรือน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงในระดับโครงข่าย (Utility-scale)
บริษัทฯ มองบทบาทตัวเองเป็น Net Zero Partner ที่ช่วยภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยกลยุทธ์และโซลูชั่นพลังงานสะอาดที่หลากหลาย ตอบโจทย์ Load Profile ของลูกค้าที่แตกต่างกัน ภายใต้นโยบายในบริบทตลาดพลังงานไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ร่วมกับการผลักดันเป้าหมายด้านความยั่งยืน
โดยโครงการสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ บนพื้นที่กว่า 54,400 ตารางเมตร แบ่งเป็นระบบโซลาร์รูฟท็อปบนอาคารและพื้นที่จอดรถ รวมถึงระบบแบตเตอรี่ นับเป็นโครงการต้นแบบที่ GUNKUL ตั้งใจผลักดันให้เป็น มาตรฐานใหม่ของการใช้พลังงานในอาคารพาณิชย์ ที่ก้าวข้ามจากการติดตั้งโซลาร์เพียงอย่างเดียว สู่การผสานการผลิตและกักเก็บพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อปลดล๊อกศักยภาพการใช้พลังงานหมุนเวียน และผลักดันเป้าหมาย RE100 ให้เกิดขึ้นจริงในภาคธุรกิจไทย

นายไมเคิล ถัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามพิวรรธน์ไซม่อน จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาโซลาร์รูฟท็อป บนพื้นที่ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ เป็นการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ขนาด 250 กิโลวัตต์-ชั่วโมง บริเวณหลังคาลานจอดรถ ถือเป็นการขยายผลเพื่อต่อยอดการขับเคลื่อนด้านพลังงานทดแทนอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำเจตนารมณ์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ที่ตั้งเป้าหมายสู่ Net Zero ในปี 2050 ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน ขอบเขตที่ 1 และ 2 โดยสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ นับเป็น พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต แห่งแรกในเมืองไทยที่ใช้พลังงานหมุนเวียน ตั้งแต่ปี 2022 ที่ผ่านมา สะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ที่คำนึงถึงการเอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับชุมชน สังคม ตลอดจนการดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ความร่วมมือนี้ ทำให้สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ สามารถบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในพื้นที่ส่วนกลางได้ก่อนกำหนดคือไตรมาส 2 ของปี 2569
โดยการติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคาอาคารและลานจอดรถของโครงการ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 54,400 ตารางเมตร ในรูปแบบสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้ากับผู้ใช้ไฟฟ้า หรือ Direct PPA (Direct Power Purchase Agreement) แบบผลิตและใช้ไฟในพื้นที่เดียวกัน (on-site) สามารถผลิตไฟฟ้าได้กว่า 5,115,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2,540 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเทียบเท่าการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้กว่า 267,200 ต้นต่อปี






