
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นในวันนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่
ณ เวลา 01.20 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. บวก 4.25 ดอลลาร์ หรือ 4.97% สู่ระดับ 90.01 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. บวก 4.03 ดอลลาร์ หรือ 4.45% สู่ระดับ 94.53 ดอลลาร์/บาร์เรล
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ยืนยันเมื่อวันอังคารว่า กองกำลังสหรัฐได้ทำการโจมตีเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC)
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ IRGC พยายามโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งพยายามโจมตีกองทัพสหรัฐในจอร์แดน
นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ประกาศในวันนี้ว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะกลายเป็น “ผืนน้ำที่ไร้ค่า” ภายในเวลาสองปี
ทั้งนี้ ในการกล่าวต่อที่ประชุมกลุ่ม G20 นายเบสเซนต์เปิดเผยถึงแผนการเชิงรุกของสหรัฐเพื่อกดดันเศรษฐกิจของอิหร่านอย่างหนัก โดยสหรัฐจะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงาน ซึ่งจะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซหมดความสำคัญลงอย่างรวดเร็ว
สหรัฐได้เพิ่มการผลิตน้ำมันราว 1.6-2.2 ล้านบาร์เรลต่อวันนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง
นอกจากนี้ นายเบสเซนต์คาดการณ์ว่า ภายในเวลา 24 เดือน โครงข่ายท่อส่งน้ำมันทางบกจะสามารถช่วยลดการพึ่งพาการใช้ช่องแคบฮอร์มุซได้โดยสิ้นเชิง
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





