กองทัพเรือสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์กรณีเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น เทียบท่าแหลมฉบัง ชูไทยพันธมิตรรายสำคัญ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์กองเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) ได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางเว็บไซต์กองเรือที่ 7 ของสหรัฐฯ โดยระบุว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี อับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln Carrier Strike Group หรือ ABECSG) ซึ่งมีเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) รวมอยู่ด้วยนั้น ได้เดินทางถึงท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทยแล้ว ขณะที่เรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถี ยูเอสเอส แฟรงก์ อี ปีเตอร์เซน จูเนียร์ (USS Frank E. Petersen Jr.) ได้เข้าเทียบท่าที่ศรีราชาตามกำหนดการเทียบท่า

นอกจากนี้ เรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธ ยูเอสเอส โรเบิร์ต สมอลส์ (USS Robert Smalls) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเรือคุ้มกัน ก็ได้เดินทางถึงมาบตาพุด เพื่อเข้าเทียบท่าตามกำหนดการเช่นเดียวกัน

“การเดินทางถึงแหลมฉบังในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับเหล่าทหารเรือและนาวิกโยธินของเราในการพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกาย อีกทั้งยังเน้นย้ำถึงหุ้นส่วนและความเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งและยั่งยืนระหว่างสหรัฐฯ กับไทย” พลเรือตรี โรเบิร์ต อี ลอห์แรน ผู้บัญชาการกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 3 ระบุในแถลงการณ์ “สิ่งที่กองเรือจู่โจมนี้ทำได้สำเร็จถือเป็นเรื่องประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งในความเป็นมืออาชีพและความเชี่ยวชาญอันยอดเยี่ยมของสมาชิกทุกคนในทีม ระหว่างการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ”

แถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ไทยคือพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ ด้วยความสัมพันธ์ยาวนานถึง 193 ปี นับตั้งแต่การทำสนธิสัญญาทางไมตรีและพาณิชย์ พ.ศ. 2376 อีกทั้งไทยยังเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาเพียงแห่งเดียวของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แผ่นดินใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไทย โดยเฉพาะด้านความมั่นคงทางทะเล ถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

“การที่เรืออับราฮัม ลินคอล์น เยือนแหลมฉบัง สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราต่อพันธมิตรและหุ้นส่วนในประเทศไทย และพวกเราทุกคนรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่ได้ให้ประเทศไทยเป็นจุดจอดเทียบท่าแห่งแรกในการปฏิบัติภารกิจครั้งประวัติศาสตร์นี้” นาวาเอก แดน คีเลอร์ ผู้บังคับการเรืออับราฮัม ลินคอล์น กล่าว “การเข้าเทียบท่าครั้งนี้จะช่วยให้เราเข้าใจกันและกันลึกซึ้งยิ่งขึ้น แสดงถึงความมุ่งมั่นร่วมกันต่อความมั่นคงในภูมิภาค และเปิดโอกาสให้กำลังพลของเราได้สัมผัสกับความสวยงามและประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศนี้”

โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์