
ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลักในวันนี้ สอดคล้องกับการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
ณ เวลา 22.36 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.15% สู่ระดับ 99.524 ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่า 0.02% สู่ระดับ 1.159 เทียบยูโร และร่วงลง 0.92% สู่ระดับ 158.67 เยน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลงในวันนี้ หลังดีดตัวขึ้นในช่วงแรก ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า ผู้ช่วยระดับสูงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กำลังพยายามควบคุมไม่ให้สงครามอิหร่านลุกลามบานปลายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน เพื่อรักษาฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน
นอกจากนี้ การพักรบอาจช่วยให้กองทัพสหรัฐมีเวลาพักฟื้นและเพิ่มคลังอาวุธที่กำลังร่อยหรอลง
แหล่งข่าวระบุว่า ทำเนียบขาวจะยกระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน โดยขณะนี้ รัฐบาลสหรัฐจะมุ่งเน้นในการเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน เพื่อบีบอิหร่านให้อ่อนข้อในการเจรจาสันติภาพ หลังจากการใช้ปฏิบัติการทางทหารมานานหลายเดือนยังไม่สามารถบรรลุผลดังกล่าวได้
นายคริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ กล่าวให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าว CNBC ในวันนี้ว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีน้ำมันมากกว่า 17 ล้านบาร์เรลถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์
นายไรต์กล่าวว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคดังกล่าวเมื่อวันจันทร์สูงกว่าระดับก่อนเกิดสงคราม หากนับรวมการขนส่งผ่านท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ
ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 38,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 47,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 46,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค.
แม้ว่าการจ้างงานยังคงเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขในเดือนส.ค.ถือเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. และสะท้อนให้เห็นถึงการชะลอตัวในวงกว้างของตลาดแรงงาน
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 58,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. หลังจากลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.1%
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 66.2% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 36.6% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 33.8% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักมากถึง 63.4% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





