
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) วงเงิน 4 แสนล้านบาท เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ว่า ขณะนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กำลังเร่งสรุปเงื่อนไขโครงการฯ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาทพิจารณา เพื่อให้โครงการเริ่มมีผลได้ทันในวันที่ 1 ต.ค. 69
เบื้องต้นจะใช้เงินจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ในส่วน 2 แสนล้านบาทแรก ที่ใช้เยียวยาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน เพราะยังมีวงเงินจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ส่วนที่กันไว้ 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งใช้ไม่เต็มวงเงิน โดยคาดว่าวงเงินที่จะเสนอสำหรับใช้ในโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส อาจจะมากกว่า 2,000 ล้านบาท
นายลวรณ กล่าวว่า รูปแบบโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส ในครั้งนี้ จะมีลักษณะคล้ายกับโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ในอดีต แต่จะมีการปรับปรุงรายละเอียดและปิดช่องโหว่ที่เคยเกิดขึ้น เพื่อให้เงินงบประมาณลงไปถึงผู้ประกอบการที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง
โดยหนึ่งในจุดที่มีการปรับเปลี่ยนสำคัญ คือ รูปแบบการช่วยเหลือค่าห้องพัก โดยจะเปลี่ยนจากการที่รัฐช่วยจ่ายเป็นสัดส่วน เช่น เดิมรัฐช่วย 30% ของค่าห้องพัก มาเป็นการกำหนดวงเงินช่วยเหลือแบบคงที่ต่อห้องต่อคืน โดยไม่ผูกติดกับราคาห้องพัก เพื่อเป็นการปิดช่องโหว่ที่ผู้ประกอบการบางรายไปปรับราคาที่พักให้สูงขึ้น เพื่อให้ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐมากขึ้น
“มีการปรับปรุงรายละเอียดหลายเรื่องให้ดีขึ้น ช่องโหว่ที่เคยเกิดขึ้น จะถูกปิด เพื่อให้การใช้เม็ดเงินได้ลงไปสู่ธุรกิจที่เป็นเป้าหมายอย่างแท้จริง ส่วนหลักการเบื้องต้น เข้าใจว่าจะมีเรทเดียว คือช่วยในส่วนของห้องพัก จากเมื่อก่อนนี้ รัฐออกค่าที่พักให้ 30% แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ แต่ละโรงแรมไปปรับเพิ่มราคาห้องพัก แต่วันนี้หลักการช่วยเหลือเข้าใจว่าจะเป็นยอดเดียว ส่วนรายละเอียดที่ชัดเจน ต้องรอให้กระทรวงท่องเที่ยวฯ สรุปอีกครั้ง” ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุ
ส่วนรายละเอียดของจำนวนสิทธิ และจำนวนวันเข้าพักที่ประชาชนแต่ละคนจะได้รับนั้น ยังต้องรอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอรายละเอียดและตัวเลขอย่างเป็นทางการอีกครั้ง จึงจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการใช้สิทธิทั้งหมด
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์




