งบประมาณญี่ปุ่นปี 70 จ่อทำสถิติสูงสุด 143 ล้านล้านเยน เสี่ยงฉุดสถานะการคลังถดถอย

กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (4 ก.ย.) ว่า กระทรวงต่าง ๆ ของรัฐบาลได้ยื่นคำของบประมาณประจำปี 2570 รวมเป็นมูลค่ากว่า 143 ล้านล้านเยน ( 9.18 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคำของบประมาณจำนวน 12 ล้านล้านเยน ภายใต้หมวดการลงทุนพิเศษฉบับใหม่ที่ไม่จำกัดวงเงิน

หมวดการลงทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อผลักดันวาระนโยบายการคลังแบบ “เชิงรุกและมีความรับผิดชอบ” ซึ่งเป็นนโยบายชูโรงของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ขณะที่ตลาดการเงินยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาระผูกพันทางการคลังของรัฐบาลที่ขยายตัวขึ้น

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สถานะทางการคลังของญี่ปุ่นย่ำแย่ที่สุดในกลุ่มประเทศใหญ่พัฒนาแล้ว และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกำลังทำให้ต้นทุนการชำระหนี้ปรับตัวสูงขึ้นด้วย หลังจากที่ญี่ปุ่นอยู่ในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำมานานหลายปี

วงเงินคำของบประมาณจำนวน 143.07 ล้านล้านเยนนั้น สูงกว่างบประมาณแรกเริ่มของปีงบประมาณ 2569 ซึ่งอยู่ที่ 122.3 ล้านล้านเยนอย่างมาก นอกจากนี้ ต้นทุนการชำระหนี้ยังพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยอยู่ที่ 36.64 ล้านล้านเยน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยสมมติฐานที่ใช้คำนวณการชำระหนี้ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.8% จากระดับ 3.0% ในงบประมาณปี 2569

  • กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการสังคม ยื่นของบประมาณสูงสุดที่ 36.58 ล้านล้านเยน สะท้อนถึงค่าใช้จ่ายด้านการดูแลผู้สูงอายุ สุขภาพ และบำนาญที่สูงขึ้นตามสังคมผู้สูงวัยของญี่ปุ่น
  • กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร ยื่นของบประมาณ 21.92 ล้านล้านเยน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินช่วยเหลือรัฐบาลท้องถิ่นให้ครอบคลุมการขาดแคลนงบประมาณ
  • กระทรวงกลาโหม ยื่นของบประมาณ 8.84 ล้านล้านเยน ซึ่งรวมถึงงบประมาณในการพัฒนาโดรนโจมตี ในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังเสริมสร้างศักยภาพในการตอบโต้การโจมตี
  • กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ยื่นของบประมาณ 5.70 ล้านล้านเยน ซึ่งรวมถึงเงินจำนวน 4.53 ล้านล้านเยนภายใต้หมวดการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการลงทุนในภาคเอกชน


ทั้งนี้ คาดว่าคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับร่างงบประมาณภายในสิ้นปีนี้ จากนั้นรัฐบาลวางแผนที่จะยื่นร่างกฎหมายงบประมาณต่อที่ประชุมรัฐสภาสมัยสามัญในปีหน้า และตั้งเป้าว่าจะได้รับการอนุมัติภายในสิ้นเดือนมี.ค.ปีหน้า

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข