
น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม คุ้มครองดูแลผู้ประกันตนตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย อันมิใช่เนื่องจาการทำงานตามมาตรา 63 ข้อ (1) ค่าตรวจวินิจฉัยโรค และข้อ (5) ค่ายา และค่าเวชภัณฑ์ ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่คณะกรรมการการแพทย์กำหนด
รวมถึงความคุ้มครองผู้ประกันตนที่ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) และผู้ที่เป็นโรคเอดส์ (AIDS) ให้ได้รับบริการทางการแพทย์ ทั้งการตรวจติดตามอาการและการรับยาต้านไวรัส HIV โดยผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการรักษาได้ ณ สถานพยาบาลตามสิทธิที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมตามมาตรฐานการรักษา
สำนักงานประกันสังคม เริ่มดำเนินการให้สิทธิประโยชน์ในการดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ มาตั้งแต่ปี 2549 โดยสำนักงานประกันสังคม สนับสนุนยาต้านไวรัส ซึ่งเป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติทั้งสูตรพื้นฐาน และสูตรดื้อยา จำนวน 20 รายการ ให้แก่ผู้ประกันตนที่เป็นโรคเอดส์ทุกระดับ CD4 รวมถึงการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อการติดตามและประเมินผลการรักษาผู้ประกันตนที่ติดเชื้อเอชไอวี ได้แก่ CD4 ,Viral Load, Drug Resistance ซึ่งการดูแลรักษาดังกล่าว เป็นไปตามแนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
โดยสำนักงานประกันสังคม จ่ายค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการให้กับสถานพยาบาล ดังนี้
1. การตรวจเลือดเพื่อวัดระดับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (CD4) เหมาจ่ายครั้งละ 500 บาท ปีละไม่เกิน 1,000 บาทต่อราย
2. การตรวจเลือดเพื่อวัดปริมาณเชื้อไวรัสในร่างกาย เพื่อประเมินผลการรักษา และประสิทธิภาพของยาต้านไวรัส (Viral Load) เหมาจ่ายครั้งละ 2,500 บาท ปีละไม่เกิน 5,000 บาทต่อราย
3. การตรวจเลือดเพื่อประเมินการดื้อยา (Drug Resistance) ครั้งละ 8,500 บาทต่อรายต่อปี
“ยืนยันว่า ผู้ประกันตนที่ติดเชื้อ HIV และผู้ที่เป็นโรคเอดส์ ยังคงได้รับความคุ้มครองด้านการรักษาพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจติดตามผล การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการได้รับยาต้านไวรัส โดยสามารถเข้ารับบริการ ณ สถานพยาบาลตามสิทธิของตน เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม และมีคุณภาพ” เลขาธิการ สปส. กล่าว
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





