ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้นในวันนี้ (4 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากแรงซื้อคืนหุ้นขนาดใหญ่ หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรชะลอการปรับตัวขึ้น ขณะที่การฟื้นตัวของค่าเงินดอลลาร์ช่วยกระตุ้นแรงซื้อเพิ่มเติม
ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดตลาดที่ระดับ 65,020.94 จุด เพิ่มขึ้น 806.46 จุด หรือ +1.26%
หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด ได้แก่ กลุ่มสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ และกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า บรรดาดีลเลอร์ระบุว่า หุ้นมากกว่าครึ่งหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรมในตลาดปรับตัวลดลง โดยได้รับแรงกดดันจากการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มยานยนต์ที่มีแนวโน้มอ่อนไหวต่อการแข็งค่าของเงินเยน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงอย่างหนักในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ โดยดิ่งลงมากกว่า 3 เยนเมื่อเทียบกับระดับของวันก่อนหน้า หลังจากที่คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม หากข้อมูลเศรษฐกิจในอนาคตยืนยันว่าอัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลง
อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์สามารถลดช่วงลบลงได้จากการปรับสถานะการลงทุนและการขายทำกำไร ก่อนการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในช่วงค่ำวันนี้ ขณะที่ราคาสัญญาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูงยังช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิง ปรับตัวลงแตะระดับ 2.895% ในช่วงสั้น ๆ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อผ่อนคลายลงจากการแข็งค่าของเงินเยน ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลงช่วยหนุนตลาดเช่นกัน
ในส่วนของดัชนีนิกเกอิได้รับแรงหนุนจากหุ้นมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ ซึ่งมีแรงช้อนซื้อกลับเข้ามาหลังจากเผชิญแรงกดดันจากความกังวลว่ามูลค่าหุ้นเริ่มตึงตัวท่ามกลางบอนด์ยีลด์ที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ดัชนีขยายช่วงบวกต่อไปในภาคบ่าย
ทั้งนี้ หุ้น SoftBank Group ซึ่งปรับตัวขึ้นตามทิศทางหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ในตลาดวอลล์สตรีทเมื่อคืนนี้ และหุ้น Fast Retailing ซึ่งดีดตัวขึ้นหลังเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในวันก่อนหน้า มีส่วนช่วยผลักดันให้ตลาดปรับตัวขึ้นต่อไป
อย่างไรก็ตาม มูลค่าการซื้อขายยังคงเบาบาง โดย โชตะ ซันโดะ นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นจากบริษัท โตไก โตเกียว อินเทลลิเจนซ์ แลบบอราทอรี (Tokai Tokyo Intelligence Laboratory Co.) ระบุว่า “นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะยังคงชะลอการลงทุนจนกว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะมีความชัดเจน เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ได้สะท้อนคาดการณ์ดังกล่าวไว้ในราคาหุ้นแล้วสำหรับการประชุมในเดือนนี้”
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช





