
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนสิงหาคม 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,913 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนกรกฎาคม 2569 (7,512 ราย) เพิ่มขึ้น 401 ราย คิดเป็น 5.34% และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนสิงหาคม 2568 (7,641 ราย) เพิ่มขึ้น 272 ราย คิดเป็น 3.56%
ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 16,811 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนกรกฎาคม 2569 (53,647 ล้านบาท) ลดลง 36,836 ล้านบาท คิดเป็น 68.66% และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนสิงหาคม 2568 (23,189 ล้านบาท) ลดลง 6,378 ล้านบาท คิดเป็น 27.51%
การจัดตั้งใหม่ช่วง 8 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-ส.ค.) มีจำนวน 60,198 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 (59,189 ราย) เพิ่มขึ้น 1,009 ราย คิดเป็น 1.70% ขณะที่ทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ช่วง 8 เดือนของปี 2569 สะสมอยู่ที่ 181,658 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 (194,347 ล้านบาท) ลดลง 12,689 ล้านบาท คิดเป็น 6.53%
เมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ ได้แก่
1) ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต 1,766 ราย เพิ่มขึ้น 605 ราย คิดเป็น 52.11% (YoY) ทุนจดทะเบียน 2,861 ล้านบาท
2) ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 2,927 ราย เพิ่มขึ้น 516 ราย คิดเป็น 21.40% (YoY) มูลค่าทุนจดทะเบียน 4,721 ล้านบาท
3) ร้านขายปลีกเสื้อผ้า 735 ราย เพิ่มขึ้น 342 ราย คิดเป็น 87.02% (YoY) มูลค่าทุนจดทะเบียน 1,001 ล้านบาท

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนของนโยบายรัฐบาลอย่าง “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลนำมาใช้ลดภาระค่าครองชีพ และกระตุ้นการใช้จ่ายฐานราก และโครงการภาคการเที่ยวท่องของรัฐบาลในช่วงปลายปี 2569 เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม
ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจอื่น ๆ อาทิ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์สงครามเผชิญภาวะยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนพลังงานด้านการขนส่งมีความผันผวน ความกดดันด้านเงินเฟ้อโลก ส่งผลกระทบให้เงินบาทมีความผันผวน การลงทุนของภาคเอกชนบางกลุ่มธุรกิจ ชะลอตัว ประกอบกับการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่รุนแรง
สำหรับการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ เดือนสิงหาคม 2569 มีจำนวน 2,244 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนกรกฎาคม 2569 (2,152 ราย) เพิ่มขึ้น 92 ราย คิดเป็น 4.28% และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) กับเดือนสิงหาคม 2568 (1,660 ราย) เพิ่มขึ้น 584 ราย คิดเป็น 35.18%
ด้านทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 7,035 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนกรกฎาคม 2569 (6,775 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 260 ล้านบาท คิดเป็น 3.83% และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) กับเดือนสิงหาคม 2568 (12,333 ล้านบาท) ลดลง 5,298 ล้านบาท คิดเป็น 42.96%
ภาพรวมการจดทะเบียนเลิก ช่วง 8 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-ส.ค.) มีจำนวน 11,420 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 (9,729 ราย) เพิ่มขึ้น 1,691 ราย คิดเป็น 17.38% ทุนจดทะเบียนเลิกช่วง 8 เดือนของปี 2569 สะสมอยู่ที่ 112,668 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 (63,033 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 49,635 ล้านบาท คิดเป็น 78.74%

โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 พบว่า มีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวม ทั้งสิ้น 2,110,274 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 32.78 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 1,014,836 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 24.13 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น บริษัทจำกัด 811,591 ราย คิดเป็น 79.97% ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 201,729 ราย คิดเป็น 19.88% และบริษัทมหาชนจำกัด 1,516 ราย คิดเป็น 0.15%
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่มากที่สุด คือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 552,830 ราย ทุนจดทะเบียน 14.22 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 332,791 ราย ทุนจดทะเบียน 2.60 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 129,215 ราย
ทุนจดทะเบียน 7.31 ล้านล้านบาท
โดย พณฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





