
เนชันแนล ออสเตรเลีย แบงก์ (NAB) เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (8 ก.ย.) ระบุว่า ดัชนีภาวะธุรกิจของออสเตรเลียในเดือนส.ค. ลดลง 5 จุด มาอยู่ที่ -1 จุด โดยเป็นการติดลบครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิด-19 ระบาดเมื่อปี 2563 และต่ำสุดในรอบ 6 ปี ซึ่งปัจจัยหลักมาจากต้นทุนที่พุ่งสูงจนบีบกำไรของภาคธุรกิจอย่างหนัก ประกอบกับผู้ประกอบการต่างกังวลว่าธนาคารกลางอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก
ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจลดลง 1 จุด มาอยู่ที่ -8 จุด ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ระดับ +5 จุดอย่างมาก ทั้งนี้ ธุรกิจแทบทุกภาคส่วนต่างชะลอตัวลงถ้วนหน้า โดยดัชนีผลกำไรดิ่งลงถึง 10 จุด ส่วนดัชนียอดขายลดลง 5 จุด แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่พ้นช่วงโควิด-19 เป็นต้นมา
NAB ระบุว่า ดัชนีผลกำไรที่ลดลงนับเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นตัวชี้วัดทิศทางตลาดแรงงานโดยรวมล่วงหน้า พร้อมเสริมว่าภาพรวมของผลสำรวจส่งสัญญาณชัดเจนว่าเศรษฐกิจกำลังเติบโตช้าลง ขณะที่ภาระต้นทุนและราคาสินค้ายังคงกดดันต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ตัวชี้วัดด้านต้นทุนยังคงทรงตัวในระดับสูง โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขยับขึ้นในเดือนส.ค. หลังเหตุขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้นอีกระลอก
NAB ชี้เพิ่มเติมว่า อัตราต้นทุนวัตถุดิบพุ่งแซงหน้าอัตราการขึ้นราคาสินค้าทิ้งห่างเป็นประวัติการณ์ สะท้อนว่าภาคธุรกิจกำลังเผชิญแรงกดดันต่ออัตรากำไรหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะเดียวกัน ภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและลดลงได้ยากส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 4 ของปีนี้ และอาจเริ่มปรับขึ้นเร็วที่สุดในการประชุมภายในเดือนนี้
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช





