เมื่อเวลา 10.20 น. RBF บวก 4.08% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท มาที่ 5.10 บาท จากราคาเปิด 5.00 บาท ราคาสงสุด 5.15 บาท และราคาต่ำสุด 5.00 บาท
บล.กสิกรไทย มีมุมมองเชิงบวก ต่อแนวโน้มของ บมจ.อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย [RBF] โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจต่างประเทศ อัตรากำไรที่ยังแข็งแกร่ง และความชัดเจนของแนวโน้มกำไรที่ดีขึ้น แม้อุปสงค์ในประเทศยังเผชิญกับความท้าทาย
กำไรปกติไตรมาส 3/69 คาดไว้ที่ 165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63% YoY และ 2% QoQ จากยอดขายในประเทศที่ฟื้นตัวและการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจต่างประเทศ ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ด้วย TP ที่ 5.7 บาท เนื่องจากการปรับตัวลงของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเปิด upside อีกครั้ง ขณะที่เรายังคงประมาณการกำไรไว้ตามเดิม
ด้าน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดกำไรปกติของ RBF ในไตรมาส 3/69 เบื้องต้นที่กรอบ 160-170 ล้านบาท ทรงตัว-ขยายตัวเล็กน้อย QoQ และเติบโตเด่นต่อเนื่อง YoY
แนวโน้มรายได้คาดเติบโตต่อเนื่องทั้ง QoQ จากปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของภาคส่งออก และโต YoY หนุนจากรายได้จากต่างประเทศที่เติบโตเด่นต่อเนื่องจาก กลุ่มประเทศที่บริษัทมีฐานการผลิตทั้งอินโดนีเซียและเวียดนามที่เติบโตตามการขยายยอดคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายเดิม รวมถึงฐานลูกค้ารายใหม่ที่ขยายตัว
ประกอบกับ อินเดียโตเด่นต่อระดับ 50% YoY หลังจากการเปิดใช้โรงงานในประเทศ ส่งผลให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคามมากขึ้น ขณะที่รายได้จากในประเทศคาดกลับมาโต QoQ และ YoY เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศที่กลบมาฟื้นตัว จากการได้ประโยชน์จากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” และปัจจัยกดดันด้านราคาน้ำมันในประเทศที่ผ่อนคลายลงจากในไตรมาสก่อน
ขณะที่ GPM คาดที่ 38.0% ทรงตัว-ขยายตัวเล็กน้อย QoQ และเติบโต YoY เนื่องจากการขยายตัวของ U-rate ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของยอดขาย ประกอบกับสัดส่วนรายได้จากธุรกิจในต่างประเทศที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูงกว่าธุรกิจในประเทศ รวมถึงอัตราภาษีจ่ายที่ลดลงจากปีก่อน จากการได้สิทธิประโยชน์จาก BOI ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4/68
แนวโน้มกำไรปกติในไตรมาส 4/69 อาจลดลง QoQ เนื่องจากเป็น Low season ของธุรกิจ แต่คาดกำไรยังเติบโตต่อเนื่อง YoY จากการเติบโตที่แข็งแกร่งต่อเนื่องจากธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เราคงประมาณการกำไรปกติปี 69 ที่ 598 ล้านบาท เพิ่มขึ้่น 35.5% YoY
เราคงประมาณการกำไรปกติปี 70 ที่ 669 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% YoY กลับมาทำ New High หนุนจากรายได้ที่คาดเติบโต 5.3% YoY หนุนจาก 1. ธุรกิจในประเทศที่เติบโตจากฐานต่ำในปีก่อนที่กำลังซื้อถูกดดันจากราคาพลังงานในประเทศ ประกอบกับลูกค้าที่ยังเดินหน้าออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง 2. จากการขยายฐานลูกค้าต่อเนื่องในกลุ่มประเทศคู่ค้าหลักทั้งอินโดนีเซีย เวียดนาม และอินเดีย 3. รายได้จากจีนกลับมาเติบโตจากการเริ่มเปิดใช้โรงงานใหม่ตั้งแต่ในไตรมาส 1/70 ด้วยงบลงทุน 150 ล้านบาท ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาสูงขึ้น
ขณะที่ความเสี่ยงจากราคาข้าวสาลีที่ปรับขึ้น เรามองผลกระทบต่อ GPM ใน H2/69 ยังค่อนข้างจำกัด เนื่องจากบริษัทล็อกราคาต้นทุนข้าวสาลีสำหรับธุรกิจในประเทศไว้จนถึงสิ้นปี 69 ขณะที่ธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะอินโดนีเซียและเวียดนาม อาจเริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นเพียงเล็กน้อยในไตรมาส 4/69 อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะถูกชดเชยได้จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่วนในปี 70 แม้บริษัทจะเริ่มรับรู้ผลกระทบจากราคาข้าวสาลีที่สูงขึ้นเต็มปี แต่เรายังคาด GPM ของ RBF จะสามารถขยายตัวได้ จากการทยอยปรับราคาขายกับคู่ค้าบางราย ประกอบกับสัดส่วนรายได้จากธุรกิจต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าธุรกิจในประเทศ
คงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 70 ที่ 6.80 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PER69-70 ที่ 16.4 เท่า และ 14.7 เท่า ตามลำดับ คิดเป็น -1.0 SD ของ PE Band ย้อนหลัง 5 ปี รวมถึง RBF เป็นหุ้นที่สามารถคาดหวังเงินปันผลได้ระดับ 4% ต่อปี คงคำแนะนำ “ซื้อ”
โดย วรินทร ศิรินอก





