
แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเปิดเผยในวันนี้ (8 ก.ย.) ว่า รัฐบาลเตรียมออกกฎหมายกำกับดูแลแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยกำหนดให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกไม่รับเนื้อหาที่อัลกอริทึมแนะนำ และเลือกดูเฉพาะเนื้อหาจากบัญชีที่ติดตาม
ภายใต้กฎหมาย “หน้าที่ดูแลผู้ใช้งานดิจิทัล” (digital duty of care) แพลตฟอร์มจะต้องเปิดทางให้ผู้ใช้งานเลือกปิดการทำงานของอัลกอริทึมที่ใช้คัดสรรและแนะนำเนื้อหา หากไม่ปฏิบัติตามอาจถูกปรับสูงสุด 100 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 72.1 ล้านดอลลาร์)
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มจะต้องมีมาตรการป้องกันผู้ใช้งานอายุต่ำกว่า 18 ปีจากเนื้อหาที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น เนื้อหาส่งเสริมภาวะการกินผิดปกติ เนื้อหาที่มีลักษณะเกลียดชังผู้หญิง รวมถึงเนื้อหาที่เชิดชูอาชญากรรม
อัลบาเนซีระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ชาวออสเตรเลียมีสิทธิเลือกและควบคุมสิ่งที่เห็นบนโลกออนไลน์ได้มากขึ้น
ด้านอนิกา เวลส์ รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารของออสเตรเลีย กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวจะเพิ่มความรับผิดชอบให้บริษัทเทคโนโลยีต่อผลกระทบที่เกิดจากแพลตฟอร์มของตน พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมาบริษัทเทคโนโลยีสามารถทดลองและปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์กับผู้ใช้งานชาวออสเตรเลียได้โดยแทบไม่มีการกำกับดูแล
มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังรัฐบาลพรรคแรงงานของอัลบาเนซีเดินหน้าควบคุมการใช้งานโซเชียลมีเดียของเยาวชน โดยในปี 2567 ออสเตรเลียออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือน ธ.ค. 2568 และถือเป็นกฎหมายฉบับแรกของโลก
ก่อนหน้านี้ในเดือนมิ.ย. อัลบาเนซีและเวลส์ประกาศแผนเพิ่มโทษสูงสุดสำหรับแพลตฟอร์มที่ฝ่าฝืนกฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำในการใช้โซเชียลมีเดียเป็น 99 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช





