นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากที่ บริษัท เอเชีย เอรา วัน (ในเครือ ซี.พี.) ผู้รับสัมปทานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ได้แจ้งขอใช้สิทธิ์สิ้นสุดสัญญาและยุติเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ วันที่ 30 ก.ย. 2569 ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และ ซี.พี. ได้มีการหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2569 โดยรฟท.ขอให้ทาง ซี.พี.ช่วยเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ต่อไป 2-4 เดือน เพื่อให้รฟท.มีเวลาเวลาในการรับช่วงการเดินรถต่อ โดยให้ซี.พี.ตอบกลับมาในวันนี้(8 ก.ย.69)

นายพิพัฒน์กล่าวว่า วันนี้ นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้ามารายงานความคืบหน้าว่าจนถึง 16.00 น. ทาง ซี.พี. ยังไม่มีคำตอบแจ้งมา ซึ่งก็ยังต้องรอต่อไป คาดว่าจะมีความชัดเจนหลังการหารือภายในวันนี้
นายพิพัฒน์ ยืนยันว่า แม้เอกชนจะต้องการหยุดให้บริการหลัง MOU สิ้นสุด วันที่ 30 ก.ย. 2569 รฟท.จะเดินหน้าจัดบริการต่อ โดยได้เตรียมแผนสำรองเพื่อรองรับสถานการณ์แล้ว แต่ต้องขอเวลาในการรับช่วงเดินรถ จึงต้องขอเวลาให้ ซี.พี.เดินรถต่อไปอีก 2-4 เดือน เนื่องจากระบบรถไฟต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก โดยเฉพาะพนักงานขับรถและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการเตรียมกำลังคน ขบวนรถ และระบบบริหารจัดการ
“ขอยืนยันและขอให้ประชาชนสบายใจได้ ว่าหลังวันที่ 30 ก.ย.2569 รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ จะยังต้องวิ่งให้บริการต่อไป ผมได้หารือกับผู้ว่าฯรฟท.แล้วว่า ไม่ว่าจะมีปัญหาอุปสรรคอย่างไร แอร์พอร์ตลิงก์ก็ต้องวิ่ง จะขาดทุนก็ต้องหาวิธีหาเงินมาให้บริการต่อไป”
สำหรับปัญหาการเดินรถในตั้งแต่เมื่อวานนี้ที่รถมีวิ่งให้บริการได้เพียง 4 ขบวน จากทั้งหมด 9 ขบวน เกิดปัญหาจากล้อสึก และต้องซ่อมบำรุง โดยคาดว่าจะกลับมาให้บริการได้เป็น 6 ขบวน และจะเพิ่มให้ได้ถึง 7 ขบวนภายใน 2-3 วันข้างหน้า ซึ่งทางผู้ประกอบการเอกชนก็พยายามซ่อมแล้ว และทางบริษัท ซีเมนส์ จำกัด ได้เข้ามาตรวจสอบส่วนล้อ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารต้องมีการทำการตรวจเช็ค
ส่วนหลังจาก ซี.พี.ไม่รับเดินรถต่อแล้ว ทางรฟท. จะให้บริษัทลูก คือ รฟฟท. ซึ่งปัจจุบันเดินรถไฟฟ้าสายสีแดง และเคยเป็นผู้เดินรถแอร์พอร์ตลิงก์มาก่อนเข้าไปดำเนินการแทน ซึ่งปัจจุบันบุคลากรบางส่วน ที่เคยอยู่กับรฟฟท. ยังทำงานที่แอร์พอร์ตลิงก์ สามารถพิจารณาดึงบุคลากรบางส่วนกลับมาร่วมปฏิบัติงาน รวมถึงเสริมกำลังจากบริษัทลูกของ รฟท.เพื่อรองรับการให้บริการในระยะต่อไป
ส่วนประเด็นสำคัญที่ ซี.พี.อาจะเสนอขอรับค่าจ้างในการเดินรถช่วง 2-4 เดือนและภาระซ่อมบำรุงที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ นายพิพัฒน์ระบุว่า ปัจจุบันทราบว่า แอร์พอร์ตลิงก์ ขาดทุนประมาณเดือนละ 30 ล้านบาท หรือราว 360 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้หารือกับ รฟท. เพื่อหาแนวทางลดภาระดังกล่าว โดยหนึ่งในแนวทาง คือการเพิ่มรายได้จากพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้ามาใช้พื้นที่ค่อนข้างน้อย โดยจะต้องเร่งหาวิธีดึงดูดเอกชนเข้ามาเช่าพื้นที่เพื่อสร้างรายได้มาช่วยชดเชยต้นทุนการเดินรถ
อย่างไรก็ตาม กรณีการยกเลิกสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินและปัญหาแอร์พอร์ตลิงก์ จะต้องรอหารือกับนายกรัฐมนตรีเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการ เนื่องจากมีหลายหน่วยงานและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
โดย คคฦ





