
โฟล์คสวาเกน (Volkswagen) เปิดเผยในวันนี้ (9 ก.ย.) ว่า บริษัทกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการจับมือเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับบริษัท เจเอสดับเบิลยู กรุ๊ป (JSW Group) ของอินเดีย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและผลกำไรในตลาดรถยนต์อันดับ 3 ของโลก ซึ่งกำลังมีความสำคัญต่อบริษัทมากขึ้นเรื่อย ๆ
ข้อเสนอดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ของโฟล์คสวาเกนในอินเดีย เพิ่มสัดส่วนการจัดหาชิ้นส่วนภายในประเทศ และเสริมศักยภาพด้านการผลิต โดยอินเดียถือเป็นตลาดสำคัญตามยุทธศาสตร์ของบริษัทในการขยายตลาดออกนอกยุโรป
ที่ผ่านมา โฟล์คสวาเกนยังคงเผชิญความยากลำบากในการขยายธุรกิจในอินเดีย แม้จะเข้ามาทำตลาดนานกว่าสองทศวรรษโดยมี ชโกดา ออโต้ (Škoda Auto) ดูแลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในประเทศ แต่ส่วนแบ่งการตลาดของโฟล์คสวาเกนยังคงอยู่ที่ราว 2% เท่านั้น
ด้าน JSW Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจเหล็กและพลังงานรายใหญ่ ได้ก้าวเข้าสู่ตลาดรถยนต์นั่งของอินเดียเมื่อปี 2566 ผ่านบริษัทร่วมทุน JSW MG Motor India ร่วมกับเอสเอไอซี มอเตอร์ (SAIC Motor) จากจีน เพื่อจำหน่ายรถยนต์แบรนด์เอ็มจี (MG)
โฆษกของโฟล์คสวาเกนคาดว่า ความร่วมมือนี้มีแนวโน้มจัดตั้งขึ้นในรูปแบบที่พันธมิตรทั้งสองฝ่ายร่วมกันบริหารจัดการ กำหนดบทบาทการดำเนินงานอย่างชัดเจน และวางกลไกการกำกับดูแลที่ช่วยให้ตัดสินใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังจะหาแนวทางเพิ่มการจัดหาชิ้นส่วนภายในประเทศ ใช้แพลตฟอร์มรถยนต์ร่วมกัน และขยายกำลังการผลิต
ทั้งนี้ โฟล์คสวาเกนเคยถูกทางการอินเดียเรียกเก็บภาษีนำเข้าย้อนหลังมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 จากข้อกล่าวหาว่าเลี่ยงภาษีนำเข้า ซึ่งบริษัทได้ยื่นคัดค้านโดยยืนยันว่าปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของอินเดียอย่างถูกต้องครบถ้วน และขณะนี้ศาลยังไม่มีคำตัดสิน
ขณะเดียวกัน โฟล์คสวาเกนยังถูกนักลงทุนกดดันให้เร่งลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หลังค่ายรถยนต์จีนเริ่มขยายตลาดเข้าสู่ยุโรป อีกทั้งยังต้องเผชิญแรงกดดันจากกำแพงภาษีและภาวะตลาดชะลอตัวต่อเนื่องในจีน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญของบริษัท
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





