
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งลงกว่า 300 จุด หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ณ เวลา 19.57 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 318 จุด หรือ 0.60% สู่ระดับ 52,514 จุด
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง
นายดาน สตรุยเวน หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งขณะนี้ย่างเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว กำลังเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นเหนือระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากอิหร่านทวีความรุนแรงในการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
ตลาดจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ตามลำดับ ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมในวันที่ 15-16 ก.ย.
กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนส.ค. ในวันศุกร์
ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. จากระดับ 0.1% ในเดือนก.ค.
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.5% ในเดือนก.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนก.ค.
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




