ญี่ปุ่นเผยแรนซัมแวร์ถล่มครึ่งปีแรกทำนิวไฮ SME ตกเป็นเป้าหลัก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น (NPA) เปิดเผยในวันนี้ (10 ก.ย.) ว่า มีการรายงานการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ (Ransomware) ในญี่ปุ่นรวมทั้งสิ้น 123 กรณีในครึ่งแรกของปีนี้ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบครึ่งปีนับตั้งแต่ที่เริ่มมีการเก็บรวบรวมข้อมูลในปี 2563

NPA ระบุว่า จากรายงานในเดือนม.ค.-มิ.ย. มี 79 กรณีที่มุ่งเป้าไปยังบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) อีก 31 กรณีเกิดขึ้นกับบริษัทขนาดใหญ่ และอีก 13 กรณีมุ่งเป้าไปที่องค์กรประเภทอื่น ๆ

NPA ระบุว่า กว่าครึ่งหนึ่งของกรณีทั้งหมดที่เกิดขึ้นต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูระบบนานกว่าหนึ่งเดือน โดยมี 9 กรณีที่ทำให้การดำเนินธุรกิจทั้งหมดหยุดชะงัก

ขณะเดียวกัน จำนวนการตรวจพบการเข้าถึงที่น่าสงสัย ซึ่งมักเป็นการเตรียมการสำหรับการโจมตีทางไซเบอร์ ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 4,000 ครั้งต่อวัน (ต่อหนึ่งหมายเลข IP) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเน้นย้ำให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ NPA ได้จัดทำสถิติครึ่งปีเกี่ยวกับแรนซัมแวร์มาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2563 โดยแรนซัมแวร์เป็นมัลแวร์ที่ผู้โจมตีจะเรียกร้องเงินค่าไถ่เพื่อแลกกับการคืนสิทธิการเข้าถึงข้อมูลของบริษัทที่ถูกทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ผ่านการเข้ารหัส

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต