
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากราคาค้าส่ง ปรับตัวขึ้น 7.6% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 7.4% โดยมีสาเหตุมาจากการปรับตัวขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์สารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงโลหะนอกกลุ่มเหล็ก ซึ่งเป็นปัจจัยเดียวกับที่ทำให้ดัชนี PPI พุ่งขึ้นในเดือนก.ค.
ทั้งนี้ แม้ดัชนี PPI เดือนส.ค.ชะลอตัวลงจากระดับ 7.7% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2566 แต่การที่ดัชนีเคลื่อนไหวเหนือระดับ 7% ติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ BOJ เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดความเสี่ยงเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น
รายงานของ BOJ ยังแสดงให้เห็นว่า บริษัทต่าง ๆ ของญี่ปุ่นยังคงเผชิญแรงกดดันในการส่งผ่านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค ซึ่งเป็นผลมาจากราคาพลังงาน การขนส่ง และบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับขึ้นค่าจ้างซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะตลาดแรงงานที่ตึงตัว
ทั้งนี้ ตลาดคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับประมาณ 1.25% ในการประชุมวันที่ 18 ก.ย.นี้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





