“ไทยเที่ยวไทยพลัส” เข้าครม. 22 ก.ย.นี้ “สุรศักดิ์” คาดกระตุ้นท่องเที่ยว 2 หมื่นล้าน

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ว่า คาดว่าจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ โดยใช้งบประมาณจากเงินกู้ มีวงเงิน 4,000 ล้านบาท คาดว่าจะกระตุ้นการหมุนเวียนเศรษฐกิจได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท

ส่วนช่วงเวลาลงทะเบียน จะอยู่ในช่วงเดือนต.ค.69 และจะใช้สิทธิได้ในเดือนพ.ย.69 จนถึงวันที่ 15 ธ.ค.69 ก่อนจะงดการใช้ในช่วงปีใหม่ 1 เดือน โดยจะเริ่มใช้ได้อีกครั้ง 16 ม.ค.70 ถึงวันที่ 28 ก.พ.70 รวมระยะเวลา 3 เดือน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ และไตรมาส 1 ปี 70 โดยภาครัฐจะสนับสนุนให้มีการเดินทางในประเทศ ซึ่งจะสนับสนุนค่าที่พัก โดย 1 สิทธิ์จะได้รับการสนับสนุนค่าที่พัก ในลักษณะ Flat Rate (อัตราคงที่) จ่ายตามจริงไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งหากเรตราคาที่พักเกิน รัฐบาลก็จะสนับสนุนแค่ 2,000 บาท ส่วนที่เหลือประชาชนจ่ายเอง หรือหากค่าที่พักไม่ถึงก็เบิกตามจริง

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า อีกส่วนคือคูปอง มูลค่าต่อ 1 สิทธิ์ 1,500 บาท ในเมืองหลัก และอีก 2,000 บาทในเมืองรอง โดยหลักการใช้คล้ายกับโครงการคนละครึ่ง เป็น Co-payment รัฐบาลจ่าย 50% นักท่องเที่ยวจ่าย 50% โดยคูปองขยายผู้ประกอบการการท่องเที่ยวมากขึ้น สามารถใช้ได้มากกว่าร้านอาหาร ซึ่งรวมถึงสปา ร้านขายของที่ระลึก บริการนวด และแพ็กเกจท่องเที่ยว เช่น ดำน้ำ ล่องเรือ และอื่นๆที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โดยในเฟสนี้จะให้ที่ 1 ล้านสิทธิ์ ประชาชน 1 คนสามารถใช้สูงสุดได้ไม่เกิน 5 สิทธิ์ 

*คุมเข้มโรงแรมฉวยขึ้นราคา บังคับแสดงราคาเทียบปีก่อน

ส่วนจะมีมาตรการในการกำกับดูแลการฉวยโอกาสขึ้นราคาค่าที่พักหรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงการคลังออกแบบระบบมาเพื่อป้องกันการขึ้นราคาค่าที่พัก ซึ่งโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวก่อนหน้านี้ 1 สิทธิ์ได้ไม่เกิน 3,000 บาท และเป็นการจ่ายรวบ ก็ได้รับการร้องเรียนว่า มีการขึ้นราคา และโครงการนี้ไม่ใช่โครงการแรก แต่มีการดำเนินการมาตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อเนื่องมาหลายเฟส และจนถึงขณะนี้มีผู้ถูกขึ้นแบล็คลิสต์ ทั้งผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ประมาณ 1,000 ราย ซึ่งคนกลุ่มนี้จะไม่มีโอกาสเข้าร่วมโครงการแล้ว ส่วนโครงการครั้งล่าสุด ก็พบอยู่ 4 ราย แสดงให้เห็นว่า การทุจริตลดลง

อย่างไรก็ตาม นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการป้องกันการทุจริต สามารถทำได้ โดยผู้ประกอบการที่พักต้องนำเอกสารยืนยันราคามาร่วมลงทะเบียนด้วย ซึ่งราคาที่พักในช่วงโลว์ซีซั่นกับไฮซีซั่น ไม่เท่ากันอยู่แล้ว ซึ่งในเดือนพ.ย.ช่วงที่เริ่มโครงการ ก็เป็นไฮซีซั่น ซึ่งราคาต้องไม่ต่างกับปีที่แล้ว จึงให้เอาราคามาแสดง เพื่อป้องกันการขึ้นราคา ในระหว่างที่เริ่มโครงการ 

นอกจากนี้ จะมีการรับแจ้งหากมีการขึ้นราคา โดยจะมีตำรวจท่องเที่ยวเข้าไปดำเนินการ ซึ่งกระทรวงการคลัง เชื่อว่า การออกแบบโครงการเป็น Flat Rate จะทำให้การขึ้นราคาไม่มีประโยชน์ ซึ่งอาจเป็นวิธีการป้องกันการขึ้นราคาที่พัก ในช่วงที่มีโครงการได้

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน

ข่าวล่าสุด