
เงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นอินเดียอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนต่างชาติขายหุ้นอินเดียสุทธิ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์แล้วในปีนี้ และโยกเงินไปยังตลาดอย่างไต้หวันและเกาหลีใต้ที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากกระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากกว่า
นักลงทุนต่างชาติยังลดสัดส่วนการถือครองหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติอินเดียลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี ขณะที่ผู้จัดการกองทุนบางรายลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นอินเดียลงเหลือ 0% เนื่องจากผลประกอบการที่อ่อนแอ มูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง และการขาดธีมการลงทุนด้าน AI ขนาดใหญ่ ทำให้ตลาดหุ้นอินเดียมีความน่าสนใจลดลง
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานในวันนี้ (12 ก.ย.) ว่า Reed Capital Partners ถอนการลงทุนออกจากพอร์ตหุ้นอินเดียทั้งหมดเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ผู้จัดการกองทุนของ Janus Henderson Investors และ Vantage Point Asset Management ก็ลดสัดส่วนการลงทุนในอินเดียลงเหลือ 0% ในช่วงประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา
หุ้นอินเดียยังมีมูลค่าสูงเมื่อเทียบกับตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ โดยดัชนี Nifty 50 ซื้อขายที่ระดับประมาณ 17.6 เท่าของประมาณการกำไรล่วงหน้า และมีส่วนต่างมูลค่าหุ้นสูงกว่าดัชนี MSCI Emerging Markets ถึง 77%
ดัชนี Nifty ซื้อขายอยู่ใกล้ระดับที่เคยเห็นครั้งล่าสุดในช่วงกลางปี 2567 และมีแนวโน้มยุติการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ขณะที่สัดส่วนหุ้นอินเดียในดัชนี MSCI Emerging Markets ลดลงเหลือประมาณ 11% ในปีนี้ จาก 16% ในปี 2568
นอกจากมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูงแล้ว ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นและเงินรูปีที่อ่อนค่าลงยังเพิ่มความกังวลให้กับนักลงทุน โดยการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานของอินเดียทำให้แรงกดดันต่อบัญชีเดินสะพัดเพิ่มขึ้นท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลให้เงินรูปีอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในเอเชียในปีนี้
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนในประเทศยังช่วยรองรับแรงขายจากต่างชาติ โดยเข้าซื้อหุ้นสุทธิ 6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้ ตามข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์บอมเบย์ (BSE)
ขณะเดียวกัน นักลงทุนบางส่วนยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นอินเดีย โดย Morgan Stanley คาดว่าอินเดียจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่องหลายไตรมาส และคาดว่าดัชนี BSE Sensex [BSE.X] จะเพิ่มขึ้น 19% สู่ระดับ 89,000 จุดภายในเดือนมิ.ย. 2570 ตามกรณีพื้นฐาน ขณะที่เป้าหมายในกรณีตลาดขาขึ้นอยู่ที่ 100,000 จุด
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





