เกาหลีใต้ยัน ซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมันกระทบอุปทานไม่มาก จับตาสถานการณ์เพื่อรับมือ

กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และทรัพยากรของเกาหลีใต้ เปิดเผยในวันนี้ (14 ก.ย.) ว่า การที่ซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline นั้น คาดว่าจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในระยะสั้นเพียงจำกัด พร้อมให้คำมั่นว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดร่วมกับภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

ซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ซึ่งเป็นเส้นทางเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากถูกโจมตีด้วยโดรนที่ยิงมาจากอิรักเมื่อวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับสถานีสูบจ่ายตามแนวท่อส่งน้ำมันแห่งนี้ โดยท่อส่งน้ำมันมีความยาว 1,200 กิโลเมตรและมีความสามารถในการขนส่งน้ำมันในปริมาณ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทอดยาวจากฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย เชื่อมต่อแหล่งผลิตน้ำมันใกล้กับอ่าวเปอร์เซียไปยังท่าเรือส่งออกบนฝั่งทะเลแดง

ทั้งนี้ กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และทรัพยากรของเกาหลีใต้ได้จัดประชุมร่วมกับภาคเอกชนในวันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบีย

กระทรวงฯ ระบุว่า โรงกลั่นน้ำมันในเกาหลีใต้ได้จัดหาน้ำมันดิบที่ต้องใช้สำหรับเดือนก.ย. และเดือนต.ค. ไว้แล้วกว่า 90% เมื่อเทียบกับระดับของปีที่แล้ว พร้อมระบุว่าการปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบีย คาดว่าจะส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนอุปทานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

นอกจากนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้เปิดเผยว่าจะยังคงติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางเรือที่ต้องการเปลี่ยนไปใช้เส้นทางเดินเรือสำรอง

มุน ชิน-ฮัก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเกาหลีใต้กล่าวว่า รัฐบาลจะสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับโรงกลั่นน้ำมันและผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางเรือ พร้อมทั้งติดตามภาวะอุปทานอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบแก่ประชาชน

นอกจากนี้ เขายังกล่าวเสริมว่า รัฐบาลเกาหลีใต้จะนำมาตรการทางนโยบายที่มีอยู่ทั้งหมดมาใช้ ซึ่งรวมถึงระบบสวอปน้ำมันดิบจากคลังสำรองของรัฐกับบริษัทเอกชน

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต