ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดบวกในวันนี้ (14 ก.ย.) เนื่องจากมีแรงช้อนซื้อหลังดัชนีปิดในแดนลบหลายวันติดต่อกันก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงวิตกกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลายประเทศ
ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ปิดที่ระดับ 24,917.60 จุด เพิ่มขึ้น 111.97 จุด หรือ +0.45%
หุ้น Tencent ขยับขึ้น 0.07%, Lenovo ทะยาน 2.68% และ Xiaomi ปรับตัวขึ้น 3.03% แต่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างหุ้น Z.AI Co. ดิ่งลง 9.08% และ MiniMax ร่วงลง 6.52% หลังจากผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกาเตือนว่า การพัฒนา AI อาจรวดเร็วเกินไป
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดาริโอ อาโมเดอี ผู้ร่วมก่อตั้งแอนโทรปิก (Anthropic) ได้เสนอให้มีการชะลอการพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อรับรองความปลอดภัยของสาธารณชน โดยมีแซม อัลท์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโอเพนเอไอ (OpenAI) และอีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ร่วมสนับสนุน
ด้านสถานการณ์ในตะวันออกกลางนั้น ซาอุดีอาระเบียได้สั่งปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ที่ได้รับความเสียหายหลังถูกโจมตีด้วยโดรนที่มาจากอิรักเมื่อวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) ซึ่งความตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้การประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกเลื่อนออกไป จากเดิมที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันนี้ที่ประเทศโอมาน สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] พุ่งขึ้นเหนือระดับ 108 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก่อให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง โดยนักลงทุนต่างจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในสัปดาห์นี้ และต่างก็คาดการณ์ว่าธนาคารกลางทั้งสองแห่งจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ เฟดมีกำหนดจัดประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 15-16 ก.ย. ตามด้วยการประชุม BOJ ในวันที่ 17-18 ก.ย.
โดย ปรียพรรณ มีสุข/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





