ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดลบต่ำสุดรอบ 2 เดือน กลุ่มธนาคารกดดันตลาด นักลงทุนจับตาดอกเบี้ยอังกฤษ

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันอังคาร (15 ก.ย.) โดยเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน หลังราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้น ขณะที่นักลงทุนประเมินข้อมูลเศรษฐกิจอังกฤษก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในวันพฤหัสบดีนี้

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,658.13 จุด ลดลง 39.44 จุด หรือ -0.37%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 30 ปีแตะ 5.40% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2541 หลังนักลงทุนประเมินว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 2% หลังเกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอุปทาน และช่วยหนุนหุ้น Shell และ BP

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ รวมถึงกลุ่มวาณิชธนกิจและบริษัทนายหน้า เป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด โดยหุ้น HSBC ร่วง 2.2% และหุ้น Barclays ลดลง 1.7%

หุ้นธนาคารสหรัฐฯ ยังเผชิญแรงกดดันเป็นวันที่ 2 หลังไบรอัน มอยนิฮาน ซีอีโอของ Bank of America คาดว่าค่าธรรมเนียมธุรกิจวาณิชธนกิจจะลดลงอย่างน้อย 10% ในไตรมาส 3 ขณะที่รายได้จากธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์และตราสารการเงินจะทรงตัว

มีรายงานว่า ธนาคารกลางอังกฤษมีแนวโน้มประกาศในสัปดาห์นี้ว่าจะยุติการขายพันธบัตรรัฐบาลอายุ 20 ปีและ 30 ปี ซึ่งอาจช่วยเพิ่มสภาพคล่องบางส่วนให้กับรัฐบาลอังกฤษ

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ตลาดแรงงานอังกฤษยังคงอ่อนแอในไตรมาส 3 ขณะที่รายงานอีกฉบับระบุว่า อัตราเงินเฟ้อจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นเป็น 2.3% ในช่วง 4 สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 6 ก.ย. โดยข้อมูลเงินเฟ้ออย่างเป็นทางการมีกำหนดเปิดเผยในวันพุธนี้

ข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG ระบุว่า นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางอังกฤษจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินครั้งนี้ แต่ยังคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นอย่างน้อย 0.48% ภายในสิ้นปีนี้

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช