
สองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ เร่งตรวจสอบบุคคล 26 ราย และองค์กรอีก 2 แห่ง ที่คาดว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับเครือข่ายศูนย์หลอกลวง หรือสแกมเมอร์ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อพิจารณาลงโทษด้วยมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ โดยในรายชื่อดังกล่าวมีคนไทยรวมอยู่ด้วย
ไบรอัน มาสต์ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และจอห์น มูลินาร์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องจีนประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือถึงมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยระบุถึงปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มุ่งเป้าหลอกลวงชาวอเมริกัน ตลอดจนข้อกล่าวหาเรื่องการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานในฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซนเตอร์
สองสมาชิกรัฐสภาระบุว่า มีประชาชนราว 400,000 คน จากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์และถูกส่งตัวไปยังศูนย์หลอกลวงออนไลน์ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยหลายรายต้องเผชิญกับการบังคับใช้แรงงานและถูกทำร้ายร่างกาย
จดหมายดังกล่าวยังเน้นย้ำพื้นที่ปฏิบัติการในเมียนมา กัมพูชา และลาว โดยได้วิจารณ์เจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศเหล่านี้ว่าเมินเฉยต่อขบวนการสแกมเมอร์ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารประเมินความผิดของบุคคลและองค์กรตามรายชื่อ ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคว่ำบาตรหลายฉบับ
ทั้งนี้ มาสต์และมูลินาร์ขอให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สรุปผลการพิจารณาภายใน 180 วัน โดยเชื่อว่ามาตรการคว่ำบาตรจะมีส่วนสำคัญในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรม ตลอดจนผู้ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มคนเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม จดหมายร้องเรียนฉบับนี้ ซึ่งเผยแพร่บนเว็บไซต์ของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ยังไม่มีผลเป็นการลงโทษทางกฎหมาย หรือเป็นการชี้ขาดความผิดต่อผู้มีรายชื่อดังกล่าวแต่อย่างใด
โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์/ปนัยดา ปัทมโกวิท





