ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดบวก 0.3% กลุ่มบ้าน-ก่อสร้างพุ่ง รับบอนด์ยีลด์ลด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันพุธ (16 ก.ย.) โดยหุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัยและก่อสร้างพุ่งขึ้น หลังบริษัท Barratt Redrow รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษลดลงอย่างมาก ส่งผลให้นักลงทุนคลายกังวล ก่อนรอผลการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังปิดตลาด

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,688.47 จุด เพิ่มขึ้น 30.34 จุด หรือ +0.28%

หุ้น Barratt Redrow บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของอังกฤษ พุ่งเกือบ 12% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในวันเดียวมากที่สุดในรอบเกือบ 6 ปี หลังบริษัทรายงานอัตราการจองซื้อบ้านที่ปรับตัวดีขึ้น มียอดคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง และกำไรสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์

ดัชนีหุ้นกลุ่มสินค้าในครัวเรือนและก่อสร้างบ้าน พุ่งขึ้น 7% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น 4.6% โดยหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยได้รับแรงหนุนจากการลดลงอย่างมากของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษระยะสั้นมีแนวโน้มลดลงมากที่สุดในวันเดียวนับตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. โดยลดลงมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลประเทศอื่น ๆ และหักล้างการปรับขึ้นบางส่วนในเดือนนี้ ซึ่งเกิดจากความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียที่ทวีความรุนแรงขึ้น

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 2 ปีลดลงแตะระดับต่ำสุดที่ 4.752% ขณะที่ราคาน้ำมันลดลงจากระดับสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา

ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า เงินเฟ้อของอังกฤษเร่งตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนที่ 3.1% ในเดือนส.ค. แม้การเติบโตของราคาสินค้าและบริการเมื่อไม่รวมต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจะทรงตัวก็ตาม

ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีกำหนดประกาศมติอัตราดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดีนี้ โดยนักลงทุนคาดว่า BoE จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% แต่ยังคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 0.41% ภายในสิ้นปีนี้ ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG

ตลาดคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% หลังตลาดปิดทำการ ขณะที่นักลงทุนจะจับตาการคาดการณ์เกี่ยวกับเงินเฟ้อหรืออัตราดอกเบี้ยจาก เควิน วอร์ช ประธานเฟด อย่างใกล้ชิด

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช