ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งกว่า 600 จุด ส่งสัญญาณวอลล์สตรีทดีดตัว หลังดิ่งหนักวานนี้

ณ เวลา 19.59 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก 609 จุด หรือ 1.17% สู่ระดับ 52,524 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 600 จุดวานนี้ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 12-0 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนก.ค.2566

อย่างไรก็ดี ตลาดดีดตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล

ราคาน้ำมันดิ่งลงในวันนี้ หลังมีรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียตัดสินใจเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบที่พร้อมจำหน่ายให้แก่โรงกลั่นน้ำมันในเอเชีย โดยใช้วิธีการถ่ายโอนน้ำมันระหว่างเรือ (ship-to-ship transfer) บริเวณใกล้ท่าเรือโซฮาร์ของประเทศโอมาน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แสดงความหวังว่า สงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 7 ใกล้จะยุติลงแล้ว แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคจะทวีความรุนแรงขึ้น

ปธน. ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสงครามใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว พวกเขา (อิหร่าน) ต้องการทำข้อตกลง ซึ่งเราคงต้องรอดูต่อไปว่าจะออกมาเป็นอย่างไร” พร้อมเสริมว่า ตนได้รับการติดต่อจากอิหร่านโดยตรง แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขายังคงมีความเชื่อมั่นในตัวนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด แต่เขาก็ต้องการให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 1% หรือต่ำกว่านั้น

นายบ็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Edwards Asset Management กล่าวว่า “หากเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ก็น่าจะเกิดขึ้นในการประชุมเดือนธันวาคม เนื่องจากเฟดไม่น่าจะประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม ซึ่งจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน เพราะเกรงว่าจะถูกมองว่าการตัดสินใจดังกล่าวมีแรงจูงใจทางการเมือง”

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ