ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ หลังธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ และประกาศยุติการขายพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษระยะยาวโดยสิ้นเชิง
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,816.14 จุด เพิ่มขึ้น 127.67 จุด หรือ +1.19%
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ BoE ลงมติ 6 ต่อ 3 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% โดยแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการ BoE เตือนอย่างชัดเจนว่า ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางอาจทำให้จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า หากแรงกังวลด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการนโยบายการเงินจะเริ่มรู้สึกกังวลมากขึ้น และคงจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือนพ.ย.
ข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG ระบุว่า นักลงทุนในตลาดได้สะท้อนคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BoE อย่างน้อย 0.25% ภายในปีนี้เข้าไปในราคาสินทรัพย์แล้ว ขณะที่โอกาสที่จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 เพิ่มมากขึ้น
หุ้นกลุ่มธนาคารที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น 1.6% โดยหุ้น HSBC และ Standard Chartered นำตลาดด้วยการเพิ่มขึ้น 2% และ 2.2% ตามลำดับ
ธนาคารกลางอังกฤษยังระงับการขายพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษเป็นเวลา 6 เดือน และยุติการขายพันธบัตรระยะยาวโดยสิ้นเชิง หลังจากเพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ การเทขายพันธบัตรทั่วโลกส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมระยะ 30 ปีของอังกฤษพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2541 ที่ 5.96%
ราคาพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษปรับตัวขึ้นอย่างมากในวันพฤหัสบดี ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีลดลง 0.118% สู่ 5.7414% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เมื่อวันพุธ และส่งสัญญาณว่าอาจปรับขึ้นอีก 1 ครั้งในช่วงหลายเดือนข้างหน้า หลังเควิน วอร์ช ประธานเฟด เข้าร่วมการลงมติเป็นเอกฉันท์สนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จากสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น และทำให้ผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต้องประเมินแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินอีกครั้ง
ในบรรดาหุ้นรายตัว หุ้น AstraZeneca ปรับตัวขึ้นราว 2.4% หลังหน่วยงานของบริษัทในจีนเปิดเผยว่า บริษัทจะลงทุนเกือบ 200 ล้านหยวน (29.81 ล้านดอลลาร์) เพื่อยกระดับฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในเมืองอู๋ซีของจีน
หุ้น Bytes Technology ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านไอที พุ่งขึ้น 12% หลังบริษัทเปิดเผยผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ และปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของกำไรขั้นต้นตลอดทั้งปี
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





