ผู้ร่วมก่อตั้งแอร์เอเชียมั่นใจดีมานด์เดินทางยังแกร่ง ชี้น้ำมันแพงไม่รุนแรงเท่ายุคโควิด

โทนี เฟอร์นานเดส ผู้ร่วมก่อตั้งสายการบินแอร์เอเชีย (AirAsia) เปิดเผยในวันนี้ (18 ก.ย.) ว่า ความท้าทายที่สายการบินโลว์คอสต์รายนี้กำลังเผชิญจากปัญหาราคาน้ำมันอากาศยานที่พุ่งสูงขึ้นนั้น ถือว่า “รุนแรงน้อยกว่ามาก” เมื่อเทียบกับวิกฤตช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

เฟอร์นานเดสกล่าวระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ฮ่องกงว่า ความต้องการเดินทางทางอากาศที่ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการดำเนินธุรกิจของสายการบิน

เฟอร์นานเดสระบุว่า ไตรมาส 2 ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดสำหรับสายการบิน พร้อมคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะเริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังแอร์เอเชียทยอยปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเพื่อสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น

ถ้อยแถลงของเฟอร์นานเดสมีขึ้น หลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่า รัฐบาลมาเลเซียได้สอบถามไปยังสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส (Malaysia Airlines) และสายการบินบาติกแอร์ (Batik Air) ว่าจะสามารถเข้ามารองรับเส้นทางบินและผู้โดยสารเที่ยวบินภายในประเทศแทนแอร์เอเชียได้หรือไม่ โดยแหล่งข่าวระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนรับมือตามสถานการณ์ ในระหว่างที่ทางการกำลังจับตาดูฐานะทางการเงินของแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นสายการบินราคาประหยัดรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ แอร์เอเชียได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคาน้ำมันอากาศยานที่พุ่งทะยานขึ้น อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากสงครามระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอลกับฝ่ายอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันอากาศยานเฉลี่ยในไตรมาส 2 พุ่งขึ้นถึง 66% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สู่ระดับ 183 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช