กรมรางลงพื้นที่ติดตามการก่อสร้างเส้นทางรถไฟเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ คืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 70 เน้นย้ำความปลอดภัยสูงสุดในการขุดเจาะ “อุโมงค์งาว” ยาวที่สุดในไทย ให้ทะลุได้ภายในปี 2569 นี้ พร้อมกำชับเปิดบริการให้ได้ตามแผนในปี 2571

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา และลำปาง เพื่อติดตามความคืบหน้างานก่อสร้างสถานีเชียงราย สถานีป่าแดด พร้อมติดตามงานขุดเจาะ “อุโมงค์งาว” อำเภองาว จังหวัดลำปาง มีความยาว 6,211 เมตร ซึ่งเมื่อก่อสร้างเสร็จจะเป็นอุโมงค์รถไฟยาวที่สุดในประเทศไทย โดยเป็นส่วนหนึ่งของงานสัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว เริ่มขุดเจาะอุโมงค์งาวเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2566 มีคืบหน้าร้อยละ 58.077 (ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา) ล่าช้ากว่าแผนงานร้อยละ 4.118 เหลือความยาวประมาณ 300 เมตรเพื่อให้อุโมงค์ สองฝั่งจะทะลุถึงกัน แต่เนื่องจากพบปัญหาสภาพธรณีวิทยาของชั้นหิน และชั้นดินแต่ละช่วงแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของชั้นหินที่พบ เนื่องจากส่งผลต่อเสถียรภาพในงานก่อสร้าง โดยเฉพาะบริเวณที่หินมีคุณภาพต่ำต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพื่อความปลอดภัยในการก่อสร้าง คาดว่าจะขุดเจาะแล้วเสร็จภายในปี 2569

นายพิเชฐ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ เส้นทางรถไฟเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ แบ่งออกเป็น 3 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย และสัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ ระยะทางรวมประมาณ 323.1 กม. เป็นรถไฟทางคู่ ขนาดทางกว้าง 1 เมตร (Meter Gauge) ผ่าน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแพร่ ลำปาง พะเยา และเชียงราย รวม 59 ตำบล 17 อำเภอ มีจำนวนสถานีรถไฟทั้งสิ้น 25 สถานี (ไม่รวมสถานีเด่นชัย)
โดยมีจุดเริ่มต้นที่อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ และสิ้นสุดที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งทางรถไฟมีทั้งรูปแบบทางวิ่งระดับพื้นดิน ทางยกระดับ และอุโมงค์คู่ทางเดี่ยวจำนวน 4 อุโมงค์ ประกอบไปด้วย อุโมงค์สอง ความยาว 1.059 กม. อุโมงค์งาว ความยาว 6.211 กม. อุโมงค์แม่กา ความยาว 2.7 กม. และอุโมงค์ดอยหลวง ความยาว 3.4 กม. นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบก่อสร้างสะพานรถไฟ (Railway Bridge) ทางยกระดับข้ามทางรถไฟ (Overpass) ทางลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) และรูปแบบอื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาจุดตัดระหว่างถนนกับทางรถไฟ ปัจจุบัน รฟท. จัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างแล้วกว่าร้อยละ 98 มีความคืบหน้างานก่อสร้างโดยภาพรวมของโครงการฯ ร้อยละ 70.697

นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับอุโมงค์รถไฟในโครงการฯ อีก 3 แห่ง ได้ดำเนินการขุดเจาะทะลุหากันทั้งสองด้านแล้ว ได้แก่
- อุโมงค์สอง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ (ความยาว 1,059 เมตร) คืบหน้าร้อยละ 67.45 (เจาะทะลุเมื่อ 11 พ.ย. 2568)
- อุโมงค์แม่กา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา (ความยาว 2,700 เมตร) คืบหน้าร้อยละ 86.41 (เจาะทะลุเมื่อ 10 ต.ค. 2568)
- อุโมงค์ดอยหลวง จังหวัดเชียงราย (ความยาว 3,400 เมตร) คืบหน้าร้อยละ 78.75 (เจาะทะลุเมื่อ 7 ก.ค. 2568)
โดยทั้ง 3 อุโมงค์อยู่ระหว่างเร่งรัดงานโครงสร้างผนัง ติดตั้งอุปกรณ์ระบบ และเตรียมงานวางรางในช่วงปลายปี 2569 นี้ ส่วนอุโมงค์งาวคาดว่าจะเริ่มวางรางได้ในปี 2570

นายพิเชฐกล่าวปิดท้ายว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ กรมการขนส่งทางรางได้เร่งรัดให้ รฟท. กำชับผู้รับจ้างปฏิบัติงานตามขั้นตอนวิธีการก่อสร้าง (method statement) และมาตรการด้านความปลอดภัยในการก่อสร้าง เช่น การนำข้อมูลการสำรวจสภาพธรณีวิทยาหน้างาน (Face Mapping) มาประเมินความเสี่ยงของการเกิดมวลหินหลุดร่วง (Rock Wedge) อย่างละเอียด รวมถึงนำปัจจัยด้านสภาพอากาศ (ฤดูฝน) และแรงดันน้ำสะสมในรอยแตกของมวลหินมาประเมินความเสี่ยงร่วมด้วยการติดตั้งอุปกรณ์วัดการเคลื่อนตัวของผนังอุโมงค์ (convergence monitoring) โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานอุโมงค์ในบริเวณที่ผ่านชั้นหินที่มีคุณภาพไม่ดี พร้อมทั้งเร่งดำเนินการก่อสร้างในส่วนที่ล่าช้า และงานก่อสร้างลานกองเก็บตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ (container yard) 4 แห่งที่ สถานีเด่นชัย สถานีพะเยา สถานีป่าแดดและสถานีเชียงราย เพื่อให้สามารถเปิดเดินรถได้ตามแผนภายในปี 2571 รองรับการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าต่อไป





