ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 1.61 ดอลล์ หลังจีนวอนอิหร่านจำกัดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันซาอุฯ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (18 ก.ย.) หลังจีนดำเนินการตามคำร้องขอของซาอุดีอาระเบีย ด้วยการเรียกร้องให้อิหร่านจำกัดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบียที่ดำเนินการโดยกลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งการโจมตีดังกล่าวได้สร้างความเสี่ยงต่อเส้นทางส่งออกน้ำมันแห่งที่ 2 ในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 1.61 ดอลลาร์ หรือ 1.58% ปิดที่ 100.30 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 95 เซนต์ หรือ 0.91% ปิดที่ 103.87 ดอลลาร์/บาร์เรล

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาโจมตีกันอีกครั้ง ขณะที่กลุ่มฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิหร่านก็เพิ่มกิจกรรมทางทหารเช่นกัน ประกอบกับปัญหากำลังการกลั่นทั่วโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำคัญ เช่น ดีเซล ปรับตัวสูงขึ้นในตลาดหลัก

ข้อมูลจาก AAA ระบุว่า ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ อยู่ที่ 6.45 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 4.47 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ของปีที่ราคาน้ำมันเบนซินมักจะปรับตัวลดลง

IIR Energy ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลด้านการกลั่นน้ำมัน ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า กำลังการกลั่นน้ำมันของสหรัฐฯ ที่อยู่ระหว่างการผลิตคาดว่าจะลดลง 371,000 บาร์เรลต่อวันในสัปดาห์หน้า

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปริมาณน้ำมัน แต่เป็นปัญหาด้านการกลั่น

แม้มีรายงานว่าจีนเข้ามาแทรกแซง แต่บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า แนวโน้มตลาดน้ำมันในช่วงหลายเดือนข้างหน้ายังคงไม่ชัดเจน โดย JPMorgan ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านในเดือนก.พ. ที่ธนาคารไม่มีมุมมองพื้นฐานที่ชัดเจนต่อตลาดน้ำมัน

ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้นเป็นส่วนใหญ่ โดยข้อมูลการขนส่งเบื้องต้นที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ระบุว่า มีเรือขนส่งสินค้าเพียง 4 ลำแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 10 วันที่ประมาณ 16 ลำ

ในช่วงต้นสัปดาห์ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับใกล้สูงสุดในรอบ 4 เดือน หลังแหล่งข่าวระบุว่า การขนถ่ายน้ำมันดิบที่ท่าเรือส่งออก Yanbu ของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงถูกระงับ และกรุงริยาดยกเลิกการส่งมอบน้ำมันบางส่วนไปยังยุโรป หลังท่อส่งน้ำมัน East-West ได้รับความเสียหายจากการโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

Bloomberg News รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า บริษัท Saudi Aramco แจ้งลูกค้าผู้กลั่นน้ำมันในยุโรปอย่างน้อย 2 รายว่า จะไม่ได้รับน้ำมันดิบในเดือนหน้า หลังเกิดการโจมตีท่อส่งน้ำมันสำคัญของซาอุดีอาระเบียไปยังทะเลแดง

ซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเยเมนได้เปิดฉากการโจมตีครั้งใหม่ข้ามพรมแดนเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะที่ชาวเยเมนพากันลงเรือในทะเลแดงเพื่อหลบหนีการสู้รบ ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลางที่ขยายวงและสร้างภัยคุกคามใหม่ต่ออุปทานน้ำมัน

สถานีสูบน้ำ 3 แห่งที่ให้บริการท่อส่งน้ำมัน East-West ของซาอุดีอาระเบียได้รับความเสียหายจากการโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมากกว่าที่มีการประเมินไว้ก่อนหน้านี้ 1 แห่ง โดยยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้เวลาซ่อมแซมนานเท่าใด ตามภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรม 3 ราย

ซาอุดีอาระเบียกำลังพยายามฟื้นฟูกำลังการขนส่งของท่อส่งน้ำมัน East-West ราวครึ่งหนึ่งภายในไม่กี่วันข้างหน้า อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวให้ข้อมูลแตกต่างกันเกี่ยวกับระยะเวลาที่จะสามารถเปิดท่อส่งน้ำมันอีกครั้งและทำให้การไหลของน้ำมันดิบกลับสู่ระดับปกติ

สหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีการเจรจาสันติภาพนับตั้งแต่ข้อตกลงชั่วคราวที่บรรลุในเดือนมิ.ย. ล่มลง โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า สงครามดังกล่าวจะถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในสัปดาห์หน้า และคณะผู้แทนของอิหร่านจะเข้าร่วมการประชุมด้วย

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช