
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยในวันอาทิตย์ (20 ก.ย.) ว่า การประชุมร่วมกับ เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ในประเด็นด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการค้า รวมถึงประเด็นอื่น ๆ สำเร็จลุล่วงด้วยดี ก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับปธน.สี จิ้นผิง จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 24 ก.ย. ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
เบสเซนต์ ซึ่งเสร็จสิ้นการประชุมพร้อมกับ เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันเกี่ยวกับการจัดตั้ง “เวทีเจรจาด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน” (U.S.-China AI Dialogue) โดยสหรัฐฯ เสนอให้ทั้งสองประเทศจัดตั้งกลไกการแจ้งเตือนสำหรับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่บานปลายจนถึงขั้นส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ
“เรามองว่าเช่นเดียวกับกิจกรรมข้ามพรมแดนอื่น ๆ การเปลี่ยนผ่านจากความคลุมเครือไปสู่ความโปร่งใสที่มากขึ้นระหว่างมหาอำนาจด้าน AI อันดับหนึ่งและอันดับสองของโลกนั้น ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง” เบสเซนต์กล่าว
การพบปะกันระหว่างเบสเซนต์กับเหอเกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงที่ทวีความรุนแรงขึ้นในสหรัฐฯ เกี่ยวกับความปลอดภัยของ AI และความมั่นคงแห่งชาติ ในขณะที่สหรัฐฯ และจีนกำลังแข่งขันกันเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนการใช้มาตรการความปลอดภัยที่เน้นความสมัครใจและความมั่นคงแห่งชาติ มากกว่าการออกกฎระเบียบเชิงบังคับในวงกว้างสำหรับนักพัฒนา AI โดยคาดว่าประเด็นนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการหารือระหว่างปธน.สีกับปธน.ทรัมป์ระหว่างการเยือนของผู้นำจีน
ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารระดับสูงด้าน AI หลายรายเพิ่งออกมาเตือนว่า เทคโนโลยีดังกล่าวอาจกลายเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ในเวลาอันสั้นและก่อให้เกิดภัยคุกคามใหม่ในวงกว้าง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดกรอบความปลอดภัยและกฎระเบียบควบคุมอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปธน.ทรัมป์เคยแสดงท่าทีเย้ยหยันมาแล้ว
เกรียร์กล่าวว่า สหรัฐฯ และจีนได้เริ่มดำเนินงานคณะกรรมการการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน (U.S.-China Board of Trade) แล้ว เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเจรจาการค้าโดยการหา “กลุ่มสินค้าที่มีสัดส่วนปริมาณมากพอ” ที่จะพิจารณาแยกต่างหากได้ “ในกรณีที่อาจมีมาตรการทางการค้า” ในอนาคต
เกรียร์กล่าวว่า สินค้าเหล่านี้อาจเป็น “สินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าโลว์เทค” จากฝั่งจีน และ “ผลิตภัณฑ์พลังงาน สินค้าเกษตร และอาจรวมถึงอุปกรณ์การแพทย์” จากฝั่งสหรัฐฯ
การประชุมดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่ปธน.สีจะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันครั้งสำคัญในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นการเยือนครั้งแรกในระหว่างการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของทรัมป์ โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้เดินทางเยือนกรุงปักกิ่งเมื่อช่วงต้นปี ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





