ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 478.64 จุด แรงซื้อหุ้นเทคฯ-AI หนุนตลาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (25 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้น Microsoft และหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ยังคงสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,828.62 จุด เพิ่มขึ้น 478.64 จุด หรือ +0.93%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,743.41 จุด เพิ่มขึ้น 39.28 จุด หรือ +0.51%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 27,068.72 จุด เพิ่มขึ้น 129.34 จุด หรือ +0.48%

ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดบวกเช่นกัน หลังตลาดเผชิญความผันผวนตลอดสัปดาห์จากความไม่แน่นอนว่าอุตสาหกรรมใดจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์จาก AI รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 0.3%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 1.2% ขณะที่ Nasdaq เพิ่มขึ้น 2% หลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงปิดตลาดเมื่อวันอังคาร

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศที่เพิ่มขึ้น 0.91% ตามด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น 0.6%

หุ้น Microsoft พุ่งขึ้น 3.7% ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 7% แล้วในปี 2569 หลังบริษัทซอฟต์แวร์รายใหญ่เปิดตัวความสามารถใหม่หลายรายการในแอป Copilot ซึ่งรวมถึงเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดและเอเจนต์ AI ที่ทำงานตลอดเวลา

หุ้น Qualcomm ผู้ผลิตชิป ปรับตัวขึ้น 4% ขณะที่หุ้น Dell เพิ่มขึ้น 5%

หุ้น Akamai Technologies พุ่งขึ้น 3.2% หลังบรรลุข้อตกลงมูลค่า 1.16 หมื่นล้านดอลลาร์กับ Anthropic ผู้นำด้าน AI ในธุรกิจบริการคลาวด์ โดยข้อตกลงดังกล่าวรวมใบสำคัญแสดงสิทธิที่อาจทำให้ Anthropic ถือหุ้นใน Akamai ได้สูงสุด 5%

หุ้น Meta Platforms ร่วงลง 3.3% หลังจากพุ่งขึ้นราว 13% ในสัปดาห์นี้จากการตอบรับอย่างแข็งแกร่งต่อ Muse เอเจนต์ AI ของบริษัท ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นประโยชน์ต่อหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ขณะเดียวกันอาจสร้างความท้าทายให้กับธนาคาร แพลตฟอร์มชอปปิงออนไลน์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคอื่น ๆ

รายงานที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่เจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงหารือแนวทางยุติสงครามแบบเป็นขั้นตอน ซึ่งจะรวมถึงการที่อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจ ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาด

ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่า การใช้จ่ายลงทุนด้าน AI ที่แข็งแกร่งช่วยเพิ่มความต้องการสินค้าทุนที่ผลิตในภาคอุตสาหกรรม โดยขยายตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนส.ค.

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลง แต่ยังคงอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดสำคัญ พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี และล่าสุดเพิ่มขึ้น 0.034% สู่ระดับ 5.196%

เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนมองว่า มีโอกาส 66% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในเดือนต.ค. เพิ่มขึ้นจากราว 50% ในช่วงต้นสัปดาห์

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า การพบปะกับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เป็นการประชุมที่มีประสิทธิผลอย่างมาก หลังการประชุมสุดยอดเป็นเวลา 3 วันที่เน้นการเจรจาทางการทูตระหว่างผู้นำทั้งสอง มากกว่าการบรรลุข้อตกลงครั้งใหญ่ด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช