ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (25 ก.ย.) ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลง แต่ดอลลาร์ยังคงแข็งค่าเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน จากการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เงินเยนแข็งค่าขึ้น หลังญี่ปุ่นระบุว่า สหรัฐฯ และญี่ปุ่นยังคงยึดมั่นในจุดยืนที่นำไปสู่การแทรกแซงตลาดเงินร่วมกันเมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.31% สู่ระดับ 100.971
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงสู่ระดับ 157.13 เยนในวันศุกร์ จาก 158.85 เยนในวันพฤหัสบดี, ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวที่ระดับ 0.8282 ฟรังก์สวิส จาก 0.8282 ฟรังก์สวิส ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.4144 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.4141 ดอลลาร์แคนาดา
ส่วนยูโรแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.1399 ดอลลาร์ จาก 1.1374 ดอลลาร์ ขณะที่ปอนด์อังกฤษแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3252 ดอลลาร์ จาก 1.3217 ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐยุติการแข็งค่าติดต่อกัน 4 วัน หลังราคาน้ำมันดิบร่วงลงมากกว่า 2%
ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง เนื่องจากความเป็นไปได้ในการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีน้ำหนักมากกว่าความกังวลด้านอุปทานจากการโจมตีซาอุดีอาระเบียที่เพิ่มขึ้นโดยกลุ่มฮูตี อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังคงอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งยังคงสร้างแรงกดดันให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น
ความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและสนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้เพิ่มการคาดการณ์ของตลาดว่า เฟดจะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น และช่วยผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งขึ้น
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างมากในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา และอาจปรับตัวขึ้นมากเกินไป จึงอยู่ในช่วงพักฐานเล็กน้อย ดังนั้นจึงไม่ควรมองว่าดอลลาร์กำลังอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญในวันศุกร์
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ปัจจัยต่าง ๆ ประกอบกัน ทั้งโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ก่อนสิ้นปีที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น และความกังวลของตลาดที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ล้วนเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นโดยรวม
ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า ตลาดคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. อยู่ที่ราว 66% เพิ่มขึ้นจากประมาณ 58% เมื่อสัปดาห์ก่อน
เบธ แฮมแมค ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาคลีฟแลนด์กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เธอกังวลมากขึ้นว่าเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐฯ มาเป็นเวลาหลายปี อาจทำให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นว่าแรงกดดันด้านราคาจะกลับเข้าสู่ระดับเป้าหมาย
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจนั้น คำสั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์ทุนที่ผลิตในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือนส.ค. ขณะที่ข้อมูลของเดือนก่อนหน้าได้รับการปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก สะท้อนว่าการใช้จ่ายของภาคธุรกิจยังคงขยายตัวแข็งแกร่งในอีกไตรมาส เนื่องจากมีการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์
ในรายงานอีกฉบับ มหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 48.1 จาก 47.8 ในครั้งก่อนหน้า และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 47.6
เงินปอนด์แข็งค่าขึ้น โดยได้แรงหนุนจากความเห็นของแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษที่ส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ปอนด์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนที่ทำไว้เมื่อวันพฤหัสบดี
เงินเยนแข็งค่าขึ้นหลังอ่อนค่าติดต่อกัน 4 วัน โดยเป็นการแข็งค่ารายวันมากที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์นับตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย.
เงินเยนแข็งค่าขึ้นหลังซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นกล่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความกังวลเกี่ยวกับการอ่อนค่าของเงินเยนระหว่างการประชุมสุดยอดกับซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเมื่อต้นสัปดาห์นี้
คาตายามะและสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ หารือทางโทรศัพท์กันเมื่อวันศุกร์ โดยยืนยันว่าเงินเยนที่มีมูลค่าต่ำเกินไปเป็นประเด็นที่น่ากังวล และทั้งสองประเทศมีเป้าหมายที่จะเพิ่มความร่วมมือระหว่างกัน
อย่างไรก็ตาม เงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน หลังตลาดมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วแตะระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี และแนวทางการดำเนินนโยบายล่าสุดของธนาคารกลางยังไม่เข้มงวดมากพอ
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





