SET ปิดภาคเช้าที่ 1,596.27 จุด ลดลง 6.10 จุด (-0.38%) มูลค่าซื้อขายราว 42,225 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปรับลงรับแรงกดดันบอนด์ยีลด์เร่งตัวกระทบบรรยากาศลงทุนทั่วโลก ขณะที่บาทอ่อนค่าดัน Fund Flow ไหลออก โดยมีแรงขายชัดเจนในกลุ่มแบงก์นำโดย KBANK ขณะที่ KCE วิ่งนำกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ดีดขึ้นโดดเด่นช่วยประคองได้บางส่วน แนวโน้มภาคบ่ายคาดยังแกว่งในแดนลบ ให้กรอบแนวรับ 1,588 จุด และแนวต้าน 1,610 จุด
ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดภาคเช้าที่ 1,596.27 จุด ลดลง 6.10 จุด (-0.38%) มูลค่าซื้อขายราว 42,225 ล้านบาท
การซื้อขายภาคเช้าย่อตัวลงเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยทำจุดต่ำสุดที่ 1,602.71 จุด และทำจุดสูงสุด 1,591.47 จุด
นายวทัญ จิตต์สมนึก, IAA ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.พาย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงเล็กน้อย หลังจากเคลื่อนไหวในแดนลบ ได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) เร่งตัวขึ้นจากหนี้สหรัฐฯ อยู่ในระดับสูง ขณะที่เงินเฟ้อและราคาน้ำมันยังปรับขึ้นกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโลก
ขณะเดียวกันกระแสเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) วานนี้ขายสุทธิเกือบ 4,000 ล้านบาท ซึ่งวันนี้คาดปิดตลาด Flow จะยังไหลออกอย่างต่อเนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่า ทำให้เช้านี้มีแรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์ โดยเฉพาะ KBANK อย่างไรก็ตาม หุ้น KCE วิ่งแรงจากปัจจัยเฉพาะตัวดึงหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นเด่น ยกเว้น DELTA ช่วยประคองดัชนีได้บางส่วน
แนวโน้มช่วงบ่ายคาดดัชนียังเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยประเมินกรอบแนวรับ 1,588 จุด และแนวต้าน 1,610 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
โดย วรินทร ศิรินอก





