
เงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.56/57 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.54/55 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เช่นเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคที่ยังทรงตัว โดยยังไม่มีปัจจัยใหม่ระหว่างวัน ปัจจัยที่ตลาดรอติดตาม คือดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนส.ค. ของสหรัฐฯ ที่จะประกาศคืนนี้
ทั้งนี้ ตลาดคาดว่า ดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) จะปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. จากระดับ 0.2% ในเดือนก.ค. สะท้อนว่ามีแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนต.ค. 69 ซึ่งจะส่งผลให้ดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่า ทำให้เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าได้
นักบริหารเงิน คาดว่า วันพรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50 – 33.60 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.06/07 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 156.62/65 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1357/1359 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1340/1343 ดอลลาร์/ยูโร
– ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,559.01 จุด ลดลง 35.29 จุด (-2.21%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 121,003.14 ล้านบาท
– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 10,753.44 ล้านบาท
– ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนส.ค. 69 ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยอุปสงค์ต่างประเทศทรงตัวตามการส่งออกสินค้า แม้โดยรวมยังอยู่ในระดับสูงตามแรงส่งจากวัฏจักรเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ของโลก ประกอบกับรายรับภาคท่องเที่ยวทรงตัวจากเดือนก่อน อย่างไรก็ดี อุปสงค์ในประเทศปรับเพิ่มขึ้นจากการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากหมวดบริการและสินค้าคงทน
– ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในปี 69 ขณะนี้คงยังไม่สามารถประเมินตัวเลขได้ชัดเจนว่าจะมีผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศมากน้อยเพียงใด เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่จบ จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ในเบื้องต้นพอจะระบุได้ชัดเจน คือผลกระทบต่อภาคบริการเป็นหลัก โดยเฉพาะการขนส่ง การกระจายสินค้า ร้านค้าปลีก-ค้าส่ง รวมทั้งพื้นที่โครงการก่อสร้างที่ต้องหยุดชะงักชั่วคราว ขณะที่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบจำกัด
– สศค. เผยภาวะเศรษฐกิจการคลัง เดือนส.ค. 69 สถานการณ์เศรษฐกิจไทยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าและการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่มีสัญญาณดีขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวต่างชาติยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ จำเป็นต้องติดตามทิศทางราคาพลังงาน, ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต และเศรษฐกิจไทย
– สภาพัฒน์ เปิดฉากจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 วางเข็มทิศปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ มุ่งดัน GDP โตเกิน 3% ต่อเนื่อง พร้อมขยับอันดับความสามารถการแข่งขันสู่ Top 20 ของโลกภายในปี 72 ผ่านโมเดล TRUST 5 เสาหลัก
– สศอ. ปรับปรุงโครงสร้างดัชนีอุตสาหกรรม (MPI) ใหม่ หนุนดัชนี MPI เดือนส.ค. 69 โต 4.44%YoY รับแรงสนับสนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลก พร้อมเพิ่มคาดการณ์ MPI ปีนี้โต 2.75-3.75% GDP อุตฯ 0.8-1.8%
– ฟิทช์ เรทติ้งส์ คาดว่า เศรษฐกิจโลกปีนี้ยังขยายตัวได้ดีในระดับ 2.6% แม้ชะลอลงเล็กน้อยจาก 2.7% ในปีก่อน แรงกดดันหลัก ๆ มาจากราคาต้นทุนพลังงานสูงขึ้น กระทบต่อค่าครองชีพ ทำให้การบริโภคในภาพรวมอาจชะลอตัวบ้าง เพราะกระทบต่อกำลังซื้อ
– YLG มองทองคำปรับลดลงแค่ช่วงสั้น ส่วนระยะยาวยังเป็นทิศทางขาขึ้น ชี้ปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน โดยเฉพาะแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก พร้อมเผยตัวเลขการถือครองทองคำ TOP 20 พบอุซเบกิสถาน ถือครอง 87% ตามด้วยสหรัฐฯ ถือครอง 84% ขณะที่ประเทศตลาดเกิดใหม่ ยังถือครองสัดส่วนน้อย ส่วนไทยถือครองประมาณ 10% อยู่ลำดับ 23 ของโลก แต่ครองเบอร์ 1 อาเซียน
– สมาชิกหลักของกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) มีแนวโน้มที่จะคงโควตาการผลิตน้ำมันดิบในเดือนพ.ย.ไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมทางวิดีโอวันอาทิตย์นี้ (4 ต.ค.) แม้ปริมาณการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่านเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว
– ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของจีน ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.1 ในเดือนก.ย. เป็นการขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ โดยยอดขายในต่างประเทศปรับตัวขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 7 เดือน
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





