ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.64/65 อ่อนค่า รับราคาทองย่อลง คาดกรอบวันนี้ 33.55-33.75

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดตลาดเช้านี้ อยู่ที่ระดับ 33.64/65 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 33.56/57 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เช้านี้เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเคลื่อนไหวอ่อนค่า โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ออกมาทรงตัว ทำให้ตลาดลดโอกาสที่มองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดดอกเบี้ยในเดือนนี้ อย่างไรก็ดี มีเจ้าหน้าที่เฟดออกมาระบุว่ายังมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ส่งผลให้ดอลลาร์ยังคงแข็งค่า ประกอบกับราคาทองคำที่ย่อลง จากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่า

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามคืนวันนี้ คือจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้จะเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 33.55-33.75 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.02/06 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 157.06/07 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1333/1334 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1357/1359 ดอลลาร์/ยูโร

– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 33.548 บาท/ดอลลาร์

– ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยขอสนับสนุนรัฐบาล และกระทรวงพาณิชย์ เร่งสรุปความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐ หรือเออาร์ที เพื่อรักษาอัตราภาษีรวมให้อยู่ในกรอบประมาณ 19% หรือไม่สูงกว่าประเทศคู่แข่งสำคัญในอาเซียน นับตั้งแต่สหรัฐ ประกาศมาตรการภาษีต่างตอบแทนเมื่อวันที่ 2 เม.ย.68 รัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ และหอการค้าไทยทำงานร่วมกันต่อเนื่อง จากเดิมที่ไทยเผชิญอัตราภาษีภายใต้กฎหมายไออีอีพีเอ ที่ 36% ก่อนการเจรจาจะช่วยลดกรอบลงมาเหลือ 19% ต่อมาสหรัฐ เปลี่ยนมาใช้มาตรา 122 ในอัตรา 10% และปัจจุบันกำหนดภาษีภายใต้มาตรา 301 สำหรับสินค้าไทยไว้ที่ 12.5% ในประเด็นแรงงานบังคับ 

– ททท. เร่งสื่อสารสร้างความเชื่อมั่น หลังสื่อโลกรายงานความเสี่ยง ขณะที่ 13 ประเทศประกาศเตือนภัย ชี้ปัญหาเกิดเฉพาะจุด กระตุ้นตลาดเที่ยวในพื้นที่พร้อมเดินหน้าระดม 100 อีเวนต์ใหญ่ ปลายปี 2569 ดึงนักท่องเที่ยว ปรับแผนตลาด 4 ด้านหลัก มุ่งกลุ่มคุณภาพ อินเดีย เวียดนาม ตะวันออกกลาง ยุโรป และจีนลากยาวถึงตรุษจีน 2570 

– “บีโอไอ” จับมือพันธมิตรรัฐ – เอกชน โรดโชว์ ดึงการลงทุนจากเกาหลีใต้ หารือ 3 บริษัทชันนำ “Hyundai – T-Robotics – COSMAX” มุ่งผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต “ยานยนต์สมัยใหม่ – หุ่นยนต์ – อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม พร้อมหารือสภาอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ (FKI) ขยายความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ 

– กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.7% จากระดับ 3.4% ในเดือนก.ค. 

– นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักกับการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนต.ค. จากเดิมที่คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนดังกล่าว หลังการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

– กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 3 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2569 เมื่อวานนี้ (30 ก.ย.) โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.2% ในไตรมาสดังกล่าว สูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 และ 2 ซึ่งต่างก็อยู่ที่ระดับ 1.5% 

– ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (30 ก.ย.) เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันได้ผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ลดช่วงบวก หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่ออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ ซึ่งอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนต.ค. 

– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (30 ก.ย.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ ซึ่งอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนต.ค. อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันยังคงทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ 

– ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนก.ย.จาก S&P Global, ดัชนีภาคการผลิตเดือนก.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) และการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนส.ค. 

– นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ (2 ต.ค.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 98,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ย.จะทรงตัวที่ 4.1%

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน

ข่าวล่าสุด