HILITE: โบรกฯอัพเกรดกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็น Bullish รับความต้องการ AI และ Non-AI พุ่ง ชู DELTA-KCE เด่น

เมื่อเวลา 10.47 น. SMT บวก 4.96% เพิ่มขึ้น 0.30 บาท มาที่ 6.35 บาท มูลค่าการซื้อขาย 130.50 ล้านบาท

HANA บวก 3.92% เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มาที่ 53.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 988.74 ล้านบาท

CCET บวก 1.68% เพิ่มขึ้น 0.15 บาท มาที่ 9.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 187.89 ล้านบาท

KCE บวก 0.66% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท มาที่ 76.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 957.91 ล้านบาท

DELTA บวก 0.39% เพิ่มขึ้น 1.00 บาท มาที่ 259.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,511.19 ล้านบาท

บล.กรุงศรี ปรับเพิ่มคำแนะนำกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเป็น Bullish จากเดิม Neutral ด้วย 3 เหตุผลคือ สัดส่วนรายได้ภายในประเทศน้อย ผลประกอบการของทุกบริษัทใน ไตรมาส 3/69 มีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องจากไตรมาส 2/69 และโมเมนตัมดีต่อไปยัง ไตรมาส 4/69-2570 นอกจากนี้คาดการณ์กำไรรวมของกลุ่มอุตสาหกรรมจะเร่งตัวขึ้นในปี 70 โดยมีแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI และสินค้าที่ไม่เกี่ยวกับ AI จากเหตุผลดังกล่าว จึงคาดว่ามูลค่าหุ้นจะได้รับการปรับเพิ่มขึ้นแนะนำซื้อหุ้นทั้ง 3 ตัว โดยมี DELTA (ราคาเป้าหมาย 320 บาท) และ KCE (ราคาเป้าหมาย 97 บาท) เป็นหุ้น Top picks จากธีมการปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งจะส่งผลให้การเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้นสูงสุดในปี 70

ทั้งนี้ รายได้ของบริษัททั้งสามแห่ง (DELTA, HANA, KCE) ภายใต้การวิเคราะห์ของบล.กรุงศรี มาจากตลาดส่งออกเป็นหลัก ไม่ใช่เศรษฐกิจภายในประเทศ นอกจากนี้ ความต้องการของสินค้าของบริษัทในตลาดโลกกำลังอยู่ในขาขึ้น ซึ่งหนุนโดยทั้งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI และสินค้าที่ไม่เกี่ยวกับ AI สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นได้จากรายได้ของ DELTA ที่เติบโตทั้ง YoY (+47%) และ QoQ (+6%) ใน 2/69, HANA เติบโต +3% YoY และ +9% QoQ และ KCE เติบโต +9% YoY และ +15% QoQ โมเมนตัมการเติบโตของรายได้จะยังคงดำเนินต่อไปได้ QoQ สำหรับทั้งสามบริษัท เนื่องจากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI (เช่น ระบบจ่ายไฟและระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่ให้บริการโดย DELTA) และสินค้าที่ไม่เกี่ยวกับ AI เช่น PCB, HDI (โดย KCE) รวมถึง PCBA และ IC (โดย HANA) ยังคงมีความแข็งแกร่ง ประมาณการเบื้องต้นบ่งชี้ว่ากำไรของบริษัททั้งสามแห่งจะเติบโตทั้งในแบบ YoY และ QoQ

มีมุมมองเชิงบวกเพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่ได้คาดการณ์เพียงแค่ว่าวงจรผลประกอบการของกลุ่มจะอยู่ในขาขึ้นเท่านั้น แต่การเติบโตของกำไรจะเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 70 เมื่อเทียบกับ 69 โดยคาดว่ากำไรรวมของกลุ่มอุตสาหกรรมจะเติบโต 52% ในปี 70 ซึ่งเป็นการเร่งตัวขึ้นจาก 42% ในปี 69 โดยคาดว่า DELTA จะมีอัตราการเติบโตของกำไรอยู่ที่ 51% ในปี 70 เพิ่มขึ้นจาก 42% ในปี 69 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่ปรับตัวสูงขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มสูงขึ้น, KCE เติบโตจาก 77% ในปี 69 เป็น 82% ในปี 70 และ HANA เติบโตจาก 24% ในปี 69 เป็น 45% ในปี 710

ทั้งนี้บล.กรุงศรี ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ KCE ในปี 69 ขึ้น 5% และในปี 70 ขึ้น 28% เพื่อสะท้อนมุมมองเชิงบวกว่า KCE กำลังเข้าสู่รอบวัฏจักรการปรับขึ้นราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง ในบทวิเคราะห์ฉบับนี้ได้รวมการปรับขึ้นราคาสินค้าอีกหนึ่งครั้งในเดือนตุลาคม 2569 เข้าไปในประมาณการ จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้สองครั้งในเดือนกรกฎาคม 2569 และมกราคม 2570

โดย บล.กรุงศรี คงคำแนะนำ “ซื้อ” การปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วของราคาหุ้นในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาสะท้อนถึงมูลค่าหุ้นที่ไม่แพง โดยซื้อขายอยู่บนพื้นฐานการเติบโตของ EPS ที่ระดับ 20% ในปี 70 และ 71 โดยมองว่าระดับดังกล่าว undervalue เกินไปเมื่อพิจารณาจากการพุ่งขึ้นของรายได้จากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI และการปรับขึ้นราคาสินค้าในปีหน้า

ในขณะเดียวกันยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ HANA และ KCE ในฐานะหุ้นกลุ่ม Non-AI ที่เข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นของผลประกอบการ สำหรับหุ้นกลุ่ม Non-AI ยังคงชื่นชอบ KCE มากกว่า HANA เนื่องจาก KCE ดำเนินธุรกิจในส่วนต้นน้ำมากกว่าและมีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดีกว่า HANA จากการมีโรงงานผลิตลามิเนตเป็นของตนเอง ซึ่งช่วยให้บริษัทมีความมั่นคงในด้านวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องแบกรับความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่ปรับตามกลไกตลาด นอกจากนี้ KCE กำลังเข้าสู่วัฏจักรการปรับขึ้นราคาสินค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อหนุนการเติบโตของกำไรในวัฏจักรนี้

โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน