
เวสต์แพค แบงกิง คอร์ป (Westpac Banking Corp.) เปิดเผยในวันนี้ (6 ต.ค.) ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคออสเตรเลียเดือนต.ค. ร่วงลง 4.7% สู่ระดับ 80.4 จุด หลังธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้ครัวเรือนวิตกกังวลต่อแนวโน้มตลาดแรงงานและภาวะค่าครองชีพ
ทั้งนี้ ตัวเลขที่ต่ำกว่าระดับ 100 สะท้อนว่ามุมมองเชิงลบยังคงมีสัดส่วนมากกว่าเชิงบวก
นอกจากนี้ เวสต์แพคยังเผยอีกว่า ค่าดัชนีในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามสัดส่วน 40% ที่ได้รับการสำรวจภายหลังจาก RBA ประกาศมติอัตราดอกเบี้ย ร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 67.2 จุด ซึ่งถือเป็นระดับที่ย่ำแย่อย่างน่าตกใจ
แมทธิว ฮัสซัน หัวหน้าฝ่ายคาดการณ์เศรษฐกิจมหภาคออสเตรเลียของเวสต์แพค กล่าวว่า
“ผู้บริโภคชาวออสเตรเลียยังคงติดอยู่ในฝันร้ายของค่าครองชีพที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด”
“ที่ระดับเหนือกว่า 80 จุดเพียงเล็กน้อยนั้น ดัชนีความเชื่อมั่นล่าสุดนี้ถือเป็นหนึ่งใน 40 ค่าดัชนีที่ย่ำแย่ที่สุด นับตั้งแต่เราเริ่มจัดทำแบบสำรวจรายเดือนในช่วงต้นทศวรรษ 1970 (พ.ศ. 2513-2522)”
ทั้งนี้ RBA ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสู่ระดับสูงสุดในรอบ 15 ปีที่ 4.6% เพื่อพยายามกลับมาควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งนับเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 4 ในปีนี้ และสร้างความเดือดร้อนให้กับครัวเรือนมากขึ้นจากทั้งต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





