ครม. ไฟเขียวค่าปรับผ่อนได้-ทำงานบริการสังคม แทนโทษกักขัง แก้เหลื่อมล้ำ ลดปัญหาคุกล้น

ครม. ไฟเขียวปรับใหญ่กฎหมายอาญา ปรับโครงสร้างมาตรการกักขังแทนค่าปรับ ยึดหลักมนุษยธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเปลี่ยนให้ “กักขัง” เป็นทางเลือกสุดท้าย หันมาเปิดโอกาสผ่อนชำระ หรือทำงานบริการสังคมแทน พร้อมเพิ่มสิทธิสอบถามผู้ต้องโทษ ป้องกันคนจนติดคุกเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (การปรับปรุงมาตรการกักขังแทนค่าปรับ) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ

โดยมอบหมายให้กรมคุมประพฤติ หารือร่วมกับสำนักงบประมาณ, สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อพิจารณาแนวทางรองรับผลกระทบด้านภาระงบประมาณ และบุคลากร ที่อาจเกิดขึ้นจากภาระงานที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว แล้วดำเนินการตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อรองรับการใช้มาตรการทางเลือกอื่นในการบังคับโทษปรับเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการทำงานบริการสังคม หรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ

*เปิด 5 สาระสำคัญ แก้ปัญหาคนจนติดคุกแทนค่าปรับ

1. กำหนดเวลาและเปิดทางผ่อนชำระ: กำหนดให้ผู้ต้องโทษปรับ ชำระเงินภายใน 30 วัน นับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษา พร้อมเพิ่มทางเลือกให้สามารถยื่นขอผ่อนชำระค่าปรับเป็นงวดได้ทางกฎหมาย

2. ชัดเจนเรื่องการเรียกประกัน: ปรับหลักเกณฑ์ให้ศาลเรียกประกันได้ เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าปรับหรือไม่ผ่อนชำระค่าปรับ

3. ปรับปรุงมาตรการบังคับโทษปรับ เมื่อไม่มีการชำระค่าปรับ หรือไม่ผ่อนชำระค่าปรับภายในระยะเวลาที่กำหนด:

– ขั้นแรก: ศาลสั่งยึดทรัพย์สิน/อายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินเพื่อชำระค่าปรับ หรือให้ทำงานบริการสังคม/สาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ

– ขั้นสอง: หากจงใจหลีกเลี่ยงทั้งที่มีเงินชำระได้ หรือฝ่าฝืนคำสั่ง ศาลจะสั่งกักขังแทนค่าปรับ โดยคำนึงถึงความจำเป็น ความได้สัดส่วน และหลักสิทธิมนุษยชน

– ขั้นสาม: หากระหว่างทำงานบริการสังคม มีเงินมาชำระครบ ศาลจะยกเลิกคำสั่งทำงานบริการสังคมทันที

4. ศาลต้องเสนอสิทธิทำงานบริการสังคม: กำหนดให้ศาลต้องสอบถามความประสงค์ของผู้ต้องโทษปรับ ว่าจะทำงานบริการสังคมแทนหรือไม่ แก้ปัญหาเดิมที่ประชาชนไม่ทราบสิทธิ ทำให้มีการใช้มาตรการนี้น้อย

5. รวมศูนย์การดูแลที่กรมคุมประพฤติ: กำหนดให้การทำงานบริการสังคม อยู่ภายใต้การดูแลของพนักงานคุมประพฤติเพียงหน่วยงานเดียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมาตรฐานเดียวกัน

*ประโยชน์และผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ-สังคม

– ลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรม: ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างการบังคับโทษปรับแก่ผู้กระทำความผิดที่มีฐานะทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน อันเป็นการสร้างความเป็นธรรมในสังคม

– ประหยัดงบประมาณรัฐ: ทำให้การบังคับโทษปรับมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น และลดภาระของรัฐในการจัดหาสถานที่กักขังแทนค่าปรับ และการดูแลผู้ต้องถูกกักขังด้วย

– ผลกระทบด้านงบประมาณคุมประพฤติ: คาดว่าจะมีการใช้มาตรการทำงานบริการสังคมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้กรมคุมประพฤติต้องเตรียมพร้อมด้านบุคลากร และงบประมาณ เพื่อรองรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์ฺ