ภาวะตลาดหุ้นไทย:แนวโน้มดัชนีเช้าย่อพักฐาน บอนด์ยีลด์สูง-ดอลลาร์แข็งค่ากดดัน จับตางบแบงก์สัปดาห์หน้า

นักวิเคราะห์คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้อ่อนตัวและพักฐาน รับแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์และค่าเงินสหรัฐทรงตัวระดับสูง ส่งให้ Fund Flow ไหลออก ซึ่งวานนี้ขายออกค่อนข้างมาก นักลงทุนติดตามผลประกอบการทั้งบริษัทสหรัฐทั้งการลงทุน AI และการเติบโตของกำไร ขณะที่ไทยจะประกาศงบไตรมาส 3/69 กลุ่มแบงก์ในสัปดาห์หน้า ให้แนวรับ 1,565 จุด หากหลุดให้แนวรับถัดไป 1,550-1,555 จุด แนวต้าน 1,585-1,590 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, IAA, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ [SET.X] มีโอกาสอ่อนตัวและพักฐาน จากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์)อยู่ระดับสูง ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าซึ่ง US Dollar Index ทรงตัวระดับสูง สร้างแรงกดดันสินทรัพย์เสี่ยง และตลาด Emerging

ทำให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลออก ซึ่งเมื่อวาน Fund Flow ไหลออกค่อนข้างมาก และกลับมา Short SET50 Future เป็นสัญญาณเชิงลบมากขึ้น

นักลงทุนติดตามผลประกอบการของบริษัทสหรัฐจะเป็นตามที่คาดหวังทั้งการลงทุน AI การเติบโตของกำไร ส่วนบ้านเรากลุ่มแบงก์จะประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/69 ในสัปดาห์หน้า

พร้อมให้แนวรับ 1,565 จุด หากหลุดให้แนวรับถัดไป 1,550-1,555 จุด แนวต้าน 1,585-1,590 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (8  ต.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,231.64 จุด เพิ่มขึ้น 51.77 จุด หรือ +0.10%  ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่  7,765.36 จุด ลดลง 36.41 จุด หรือ -0.47% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 27,193.34 จุด ลดลง 345.35 จุด หรือ -1.25% 

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้  ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 68,648.50 จุด ลดลง 393.61 จุด หรือ -0.57%  ตลาดหุ้นฮ่องกง ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] เปิดที่ระดับ 23,941.26 จุด เพิ่มขึ้น 155.47 จุด หรือ +0.65%  และตลาดหุ้นจีน ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ปิดที่ 3,804.09 จุด ลดลง 7.81 จุด หรือ -0.20% ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการ เนื่องในวันฉลองการประดิษฐ์อักษรเกาหลี (Hangul Day)

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (8 ต.ค.) 1,570.61 จุด ลดลง 14.02 จุด (-0.88%) มูลค่าซื้อขาย 63,644.04  ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (8 ต.ค.) 6,378.17  ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน พ.ย.. ( 8  ต.ค..)  เพิ่มขึ้น 3.21 ดอลลาร์ หรือ 3.64% ปิดที่ 91.49  ดอลลาร์/บาร์เรล 

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด ( 8 ต.ค..) อยู่ที่  10.1  ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 33.57/58 แข็งค่า รับราคาทองหนุน จับตาสถานการณ์ตอ.กลางตึงเครียด 

– “ธนาคารโลก” แนะไทยดึง AI เพิ่มผลิตภาพ ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง “สันติธาร” ชูแนวคิด 2 ยุทธศาสตร์ AI ดันไทยเข้าห่วงโซ่การผลิต หนุนยกเครื่องระบบปฏิบัติการประเทศ ทลายการทำงานแยกส่วนแบบไซโล ผู้ว่าฯ ธปท.เตือน 4 ปัญหาโครงสร้าง-ความเหลื่อมล้ำ K-Shape ฉุดเศรษฐกิจ แนะเร่งแก้ก่อนโตชะลอเรื้อรัง 

-ตลาดหลักทรัพย์ฯ ถกเครียดโบรกเกอร์ เตรียมปรับวิธีจัดประเภทมูลค่าซื้อขายธุรกรรม “ทีอาร์เอส” เล็งโยกวอลุ่มจากกลุ่มนักลงทุน “ต่างชาติ” เข้าบัญชี Prop Trade หวังสะท้อนภาพจริง ปัดไร้เกณฑ์ใหม่ปี 68 ยันเร่งสอบข้อมูลย้อนหลังป้องกันตลาดสับสน พร้อมนัดหารือข้อสรุปร่วมกัน 28 ต.ค.นี้ 

-กกพ.ปิดบัญชีค่าไฟแพง เดินหน้าเจรจาสัญญารับซื้อไฟกลุ่ม SPP และ VSPP ประเภท Non-Firm ลดราคาขายไฟโซลาร์เหลือ 2.15 บาทต่อหน่วย และพลังงานลมเหลือ 2.90 บาทต่อหน่วย กำหนดสิ้นสุดสัญญาเมื่อครบ 20-25 ปี ขู่หากลงนามสัญญาแล้วแต่ไม่ COD ตามแผนให้ยกเลิกสัญญาทันที 

-ก.ล.ต. ออกเกณฑ์รองรับจัดตั้งและกำกับ Crypto ETF ในไทยรวม 11 ฉบับ บังคับ 16 ต.ค. 69 เพิ่มทางเลือกการลงทุนและยกระดับระบบนิเวศตลาดทุนไทย 

-“เอกนิติ” มั่นใจเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/69 คึกคัก เป็นเจ้าภาพจัด World Bank-IMF 2026 สร้างภาพจำประเทศที่ดี ดึงเงินไหลเข้าลงทุนทั้งทางตรง-ทางอ้อม 

-ตลท.เชื่อฟันด์โฟลว์ไหลกลับมาซื้อหุ้นไทย หลังเสร็จประชุม IMF-World Bank เป็นเวทีระดับโลกที่รัฐบาลโชว์นโยบาย-แนวโน้มเศรษฐกิจ-ความน่าสนใจประเทศไทยทำให้กองทุนต่างชาติเห็นศักยภาพการเติบโตของไทยในระยะยาว ยันกรณีโบรกเปิดให้นักลงทุนต่างชาติซื้อขายผ่าน Prop Trade ทำได้ไม่ผิดเกณฑ์ แต่ต้องหาข้อสรุปจะนับเป็นวอลุ่มของต่างชาติ หรือ บัญชีบล. จากปัจจุบันเป็นต่างชาติ เตรียมนัดประชุมหาข้อสรุป 28 ตุลาคมนี้ 

-รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีของไทยว่า ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการ โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงในหลักการแล้ว เหลือเพียงรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งจะต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย หากมีการพบกันอีกครั้งระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีของไทยในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ในเดือน พ.ย.นี้ ก็ต้องการให้สามารถลงนามได้ในช่วงดังกล่าว 

-ม.หอการค้าไทย เผยประชาชนกังวลน้ำท่วม น้ำมันแพง ฉุดความเชื่อมั่นต่ำรอบ 4 เดือน ธุรกิจชง 6 ข้อรัฐเร่งแก้ไข 

*หุ้นเด่นวันนี้

 –ITC (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 20.60 บาท  คาดกำไรปกติในไตรมาส 3/69 อยู่ที่ 818 ลบ. (+4% YoY, +13% QoQ) หนุนจากการเติบโตของรายได  โดยตลาดสหรัฐฯ และผลิตภัณฑ์ พรีเมียมเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ  ผลกระทบด้านต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับสงครามออกมาดีกว่าคาด แต่ค่าที่ปรึกษาแบบครั้งเดียวที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจอาจทำให้ประมาณการกาไรทัง้ ปีของเรามี downside เล็กน้อย แนะนำ “ซื้อ” ด้วย TP ที่ 20.60 บาท ปัจจุบัน ITC ซื้อขายที่ PER ปี 2570 ที่ 13 เท่า (-1SD) เทียบกับ CAGR ของ core EPS ปี 69–71 ที่ 13% และให้DY ที่ 5–7%

-AWC (เคจีไอ) เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท  ประเมินแนวโน้มกำไรไตรมาส 3-4  เด่น + Catalyst เตรียมออกกอง REIT เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานของ AWC* จะโตดีต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 3/69 และต่อเนื่องในไตรมาส 4/69  จาก RevPAR ที่ปรับสูงขึ้น และยอดจองล่วงหน้าในไตรมาส 4/69 ที่โต  >20% YoY (High season + Event ใหญ่ เช่น การประชุม IMF-World bank และ Tomorrowland) … เบื้องต้นคาดกำไรไตรมาส 3-4 โต YoY, QoQ นอกจากนี้การเตรียมออกกอง AWR REIT จะช่วยปลดล๊อคมูลค่าสินทรัพย์ และเตรียมเงินลงทุนขยายธุรกิจโรงแรมต่อ 

–TRUE (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 16.60 บาท Fund Flow ไหลเข้ากลุ่ม ICT ในสัปดาห์ที่ผ่านมาสวนทางภาพรวม ขาย 2.56 หมื่นลบ. ส่วน Valuation น่าสนใจ EV/EBITDA เพีียง 6.9 เท่า ถูกกว่า ADVANC ถึง 25% เทียบกับในอดีตที่ 14% เราคาดกำไรหลักไตรมาส 3/69 โต YoY และ QoQ เด่นกว่า ADVANC หนุนจากทั้งขารายได้ที่เพิ่มขึ้นและรายจ่ายที่ลดลง

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/รัชดา คงขุนเทียน