
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) เมื่อวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) ว่า กองทัพสหรัฐฯ มีแผนจะถ่ายทอดสดการประหารชีวิต ไนดาล ฮัสซัน ด้วยการยิงเป้าในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยฮัสซันเป็นผู้ก่อเหตุกราดยิงที่ฐานทัพฟอร์ตฮูด (Fort Hood) ในรัฐเท็กซัส เมื่อปี 2552 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย
ฮัสซัน อดีตพันตรีและจิตแพทย์ประจำกองทัพบกสหรัฐฯ กำลังจะกลายเป็นนักโทษคนแรกที่ถูกกองทัพสหรัฐฯ ประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า นับตั้งแต่ปี 2488
พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการผลักดันให้ประหารชีวิตฮัสซันด้วยการยิงเป้า ได้เปิดเผยในรายการ Human Events Daily ทางสถานี Real America’s Voice เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) ว่า เขาวางแผนที่จะเปิดให้สาธารณชนรับชมการประหารชีวิตในครั้งนี้ แม้ขณะนั้นจะยังไม่ได้ระบุวิธีการก็ตาม
ต่อมา เจ้าหน้าที่เพนตากอนรายหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยนาม กล่าวยืนยันกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “ท่านรัฐมนตรีพูดถูกแล้ว จะมีการถ่ายทอดสดจริง และจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในลำดับต่อไป”
เฮกเซธระบุว่า การตัดสินใจประหารชีวิตฮัสซันด้วยการยิงเป้าที่ฐานทัพฟอร์ตฮูด ในวันพฤหัสบดี เวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุกราดยิงเมื่อปี 2552 นั้น ถือเป็นเรื่องที่ “แทบไม่ต้องคิดเลย”
“เราจะทำให้มั่นใจว่าประชาชนสามารถรับชมได้ และต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะทุกคนต้องตระหนักว่า… การก่อเหตุอุกฉกรรจ์เช่นนี้มีผลลัพธ์ที่ร้ายแรงตามมา” เฮกเซธกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ฮัสซันมีคำขอสุดท้ายก่อนถูกประหารชีวิตหรือไม่ เฮกเซธตอบเพียงว่า “ผมไม่สนหรอก แล้วเจอกันวันที่ 3 ธันวาคม”
สำหรับคดีดังกล่าว องค์คณะลูกขุนของศาลทหารได้พิพากษาลงโทษประหารชีวิตฮัสซันเมื่อเดือนส.ค. 2556 หลังวินิจฉัยว่ามีความผิดจริงรวม 45 กระทง ทั้งในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากการใช้ปืนพกติดศูนย์เล็งเลเซอร์เปิดฉากกราดยิงใส่ผู้คนในสถานพยาบาลภายในฐานทัพฟอร์ตฮูด ซึ่งเป็นค่ายทหารขนาดใหญ่ในแถบตอนกลางของรัฐเท็กซัส
เหตุกราดยิงดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ฮัสซัน ซึ่งปัจจุบันอายุ 56 ปี จะถูกส่งไปประจำการที่อัฟกานิสถาน โดยเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเป็นอัมพาตครึ่งล่างและต้องใช้รถเข็น หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงสกัดระหว่างเข้าจับกุม
ทั้งนี้ ตามกฎหมายทหารของสหรัฐฯ การบังคับโทษประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าจะต้องได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสียก่อน ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามอนุมัติตามข้อเสนอแนะของเฮกเซธแล้ว ตามที่เพนตากอนเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 ต.ค.)
“เราไม่ได้ใช้วิธีนี้มาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ซึ่งมันก็คล้ายกับวิธีคิดแบบที่เราเคยใช้ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นแหละ” เฮกเซธกล่าวเสริม
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่า ปธน.ทรัมป์เห็นชอบกับการถ่ายทอดสดการประหารชีวิตในครั้งนี้ด้วยหรือไม่ โดยระบุให้ไปสอบถามรายละเอียดจากทางเพนตากอน
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช





