
รัฐบาลเดินหน้าสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ผ่านการดึงดูดการลงทุน และปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อธุรกิจ ควบคู่ยกระดับความโปร่งใส และธรรมาภิบาล ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาสังคมและมนุษยธรรม เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชน
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นาย Edmund Koh ประธานเครือข่ายพันธมิตรการกุศลแห่งเอเชีย (Philanthropy Asia Alliance: PAA) พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการลงทุน การพัฒนาสังคม และความร่วมมือด้านมนุษยธรรม โดยประธานเครือข่ายฯ ชื่นชมนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการยกระดับธรรมาภิบาล ควบคู่กับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA 81) ณ สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้ดำเนินภารกิจส่งเสริมการลงทุนควบคู่กับการเข้าร่วมการประชุม โดยมีโอกาสพบหารือกับผู้บริหารกองทุนชั้นนำ นักลงทุนในภาคการเงิน และการธนาคาร ตลอดจนบริษัทเอกชนรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างดีอยู่แล้ว โดยการพบหารือดังกล่าว เป็นโอกาสสำคัญในการตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของไทย รวมทั้งยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนและการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ
นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และให้เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน ควบคู่กับการขับเคลื่อนนโยบายให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล สู่พลังงานสะอาด พร้อมทั้งส่งเสริมหลักธรรมาภิบาล และยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย ในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของรัฐบาล โดยที่ผ่านมา ได้ดำเนินมาตรการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรม รวมถึงการทำลายฐานปฏิบัติการทางกายภาพของเครือข่ายอาชญากรรม พร้อมให้ความช่วยเหลือ และส่งกลับชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่ออย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แก่ผู้พลัดถิ่นจากภัยสงครามและความรุนแรง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของเครือข่ายพันธมิตรการกุศลแห่งเอเชีย
ด้านประธานเครือข่ายพันธมิตรการกุศลแห่งเอเชีย กล่าวชื่นชมนโยบายและการดำเนินงานของรัฐบาลไทย โดยเห็นว่า มีแนวทางที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเครือข่ายฯ และเชื่อมั่นว่า ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพในการพัฒนาความร่วมมือในโครงการต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะการส่งเสริมการพัฒนาสังคมและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
อนึ่ง เครือข่ายพันธมิตรการกุศลแห่งเอเชีย (Philanthropy Asia Alliance: PAA) จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2565 โดยริเริ่มจากมูลนิธิเทมาเส็ก (Temasek Trust) มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุน และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





