
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพิ่มเติม จำนวน 10,508,876,400 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 จำนวน 1,481,401 ครัวเรือน โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยรับงบประมาณและจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านธนาคารออมสิน
พร้อมให้สามารถถัวจ่ายข้ามจังหวัดและข้ามรายการได้ ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เพื่อเตรียมไว้สำหรับช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล ยืนยันรัฐบาลเร่งรัดการจ่ายเงินให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด
สำหรับผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 14 ต.ค.69 มีผู้ประสบอุทกภัยได้รับเงินช่วยเหลือแล้ว 390,393 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 3,047,545,000 บาท โดยมีงบประมาณคงเหลือสำหรับจ่ายเงินช่วยเหลือ 2,244,110,600 บาท
อย่างไรก็ตาม จำนวนครัวเรือนผู้ประสบอุทกภัยที่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีมากกว่าจำนวนครัวเรือนผู้ประสบภัยที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอนุมัติกรอบวงเงินไว้แล้ว โดยมีผู้ลงทะเบียนและกรณีผู้เสียชีวิตรวม 2,096,152 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย คิดเป็นวงเงินช่วยเหลือรวม 15,800,532,000 บาท จึงต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม 10,508,876,400 บาท เพื่อให้สามารถจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยได้อย่างทั่วถึง
เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงสิ้นปีงบประมาณ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 29 ก.ย.69 อนุมัติงบกลางวงเงิน 4,700 ล้านบาท เพื่อให้มาใช้จ่ายดูแลประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ 66 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร สำหรับช่วยเหลือประชาชน ตลอดช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาไปแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท
โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการให้เร่งรัดกระบวนการตรวจสอบและจ่ายเงินให้รวดเร็วขึ้น ซึ่งทาง ปภ. ใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลภายใน 1 วัน ก่อนส่งให้ธนาคารออมสินตรวจสอบความถูกต้องของเลขประจำตัวประชาชน การผูกบัญชีพร้อมเพย์ และสถานะบัญชี ซึ่งเดิมใช้เวลา 3 วันเหลือ 1 วัน ทำให้ขั้นตอนการตรวจสอบของทั้งสองหน่วยงานใช้เวลารวมไม่เกิน 2 วัน
นายเอกภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ ครม. อนุมัติงบกลางเพิ่มเติมในครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า งบประมาณหมด แต่เป็นการเตรียมงบประมาณรองรับผู้ประสบภัยที่ยื่นคำขอและยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมประชาชนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยา
สำหรับการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ข้อมูลผู้ลงทะเบียนจะอยู่ในระบบเพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่น อาทิ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และกรุงเทพมหานคร ตรวจสอบรายชื่อและความเสียหายก่อนพิจารณาอนุมัติและส่งข้อมูลให้ ปภ. ดำเนินการจ่ายเงิน ส่วนรายชื่อที่มีเงื่อนไขต้องตรวจสอบเพิ่มเติมจะยังคงอยู่ในระบบเพื่อรอการพิจารณา
นายเอกภพ ยังระบุถึง ข้อจำกัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า เนื่องจากกรุงเทพมหานครไม่ได้เปิดระบบเชื่อมต่อข้อมูลผ่าน API กับแอปพลิเคชันทางรัฐ สำหรับเงินช่วยเหลือเพื่อซ่อมแซมบ้านและชดเชยความเสียหายต่อทรัพย์สิน จึงขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเร่งตรวจสอบข้อมูลและลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เพื่อให้ผู้ประสบภัยที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ขอย้ำว่า การตรวจสอบความเสียหายเป็นหน้าที่ของหน่วยงานท้องถิ่นตามกฎหมาย ไม่ใช่หน้าที่ของ ปภ. หรือธนาคาร
“รัฐบาลยังคงให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ที่ยังมีฝนตกหนัก โดยมีการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และเตรียมเครื่องมือเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่”นายเอกภพ กล่าว
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน





