ตำรวจมาเลเซียรวบนักเรียนชายวัย 16 ปี หลังไลฟ์สดใช้ขวานฟันครู-ไล่ฟันเพื่อนร่วมชั้นในโรงเรียน

ตำรวจมาเลเซียรวบตัวนักเรียนชายวัย 16 ปี หลังก่อเหตุไลฟ์สดใช้ขวานทำร้ายครูและพยายามทำร้ายเพื่อนร่วมชั้นในโรงเรียนเอกชน ตนกู ปุตรา-เฮลป์ (Tunku Putra-HELP School) เมืองกูชิง รัฐซาราวัก ส่งผลให้ครูได้รับบาดเจ็บ โดยผู้ก่อเหตุถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธร้ายแรง รวมถึงครอบครองวัตถุระเบิด

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นว่า ผู้ก่อเหตุเดินเข้าห้องเรียนเมื่อเวลาประมาณ 07.50 น. ของวันพุธ (21 ต.ค.) ก่อนจะใช้ขวานฟันครูผู้หญิงและเดินออกจากห้องไป จากนั้นได้ย้อนกลับมาอีกครั้งทางประตูที่สองและกวัดแกว่งขวานใส่กลุ่มนักเรียนที่กำลังวิ่งหนีออกจากห้อง โดยในขณะที่ครูพยายามเข้ามาระงับเหตุ เขาก็ได้พยายามใช้ขวานฟันใส่ครูอีกครั้ง แต่ถูกนักเรียนชาย 2 คนช่วยกันควบคุมตัวและแย่งขวานเอาไว้ได้

นอกจากนี้ คลิปวิดีโอที่แพร่สะพัดบนโลกออนไลน์ยังเผยให้เห็นว่า เยาวชนรายนี้เตรียมการก่อเหตุอยู่ในห้องน้ำ โดยคาดโทรศัพท์มือถือไว้บนศีรษะเพื่อไลฟ์สดการทำร้าย ขณะที่คลิปวิดีโอภาพสั่นไหวซึ่งเชื่อว่ามาจากการไลฟ์สดช่วงเกิดเหตุ ถูกนำมาโพสต์บนโลกออนไลน์ช่วงสั้น ๆ ก่อนจะถูกลบออกไป

ไซฟุลลิซัน อิสฮัก รักษาการผู้บัญชาการตำรวจรัฐซาราวัก ระบุในแถลงการณ์ว่า ตำรวจเขตกูชิงได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเมื่อเวลา 08.03 น. ว่ามีนักเรียนนำประทัดมาโรงเรียนและใช้ขวานทำร้ายครูจนได้รับบาดเจ็บ

หนังสือพิมพ์เดอะสตาร์ (The Star) ของมาเลเซีย รายงานอ้างคำแถลงของอิสฮักว่า “มีรายงานว่าผู้บาดเจ็บมีบาดแผลถูกฟันที่มือ” ขณะที่โรงเรียนเปิดเผยกับสำนักข่าวบอร์เนียวโพสต์ (Borneo Post) ว่า ครูผู้บาดเจ็บฟื้นตัวได้ดีและไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นวิกฤต พร้อมยืนยันว่า โรงเรียนได้ดำเนินมาตรการรับมือเหตุฉุกเฉินในทันที โดยบุคลากรของโรงเรียนได้เข้าไประงับเหตุอย่างรวดเร็วก่อนที่หน่วยบริการฉุกเฉินจะเดินทางมาถึง

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์นิวสเตรทส์ไทม์ส (New Straits Times) รายงานว่า ผู้ก่อเหตุถูกจับกุมและถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่แผนกจิตเวชของโรงพยาบาลทั่วไปซาราวัก (Sarawak General Hospital)

ทั้งนี้ ตำรวจกำลังสอบสวนคดีดังกล่าวตามมาตรา 324 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ข้อหาจงใจทำร้ายร่างกายผู้อื่นด้วยอาวุธร้ายแรง รวมถึงมาตรา 6(1) แห่งพระราชบัญญัติวัตถุระเบิด ค.ศ. 1957 (Explosives Act 1957) ในข้อหาครอบครองวัตถุระเบิด

ล่าสุด สื่อมาเลเซียรายงานว่า ภายหลังการควบคุมตัวและตรวจประเมินเบื้องต้น ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวในชั้นตำรวจแล้ว ขณะที่คดีอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต