
นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” นำเสนอคุณค่าของการเดินทางที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อน การดูแลสุขภาพ และการค้นหาประสบการณ์เฉพาะตัว โดยในปี 2570 ททท. ตั้งเป้าหมายเพิ่มค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวอิตาลีร้อยละ 1 ผ่านการส่งเสริมตลาด 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ นักท่องเที่ยวพรีเมียมที่มองหาประสบการณ์เฉพาะตัว กลุ่มสุขภาพและ Wellness กลุ่มฮันนีมูนและคู่รัก และกลุ่มผู้สนใจวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับงานฝีมือท้องถิ่น อาหาร และเทศกาลสำคัญของไทย
ควบคู่กับการสร้างมูลค่าจากการท่องเที่ยวและรักษาความนิยมของประเทศไทยในตลาดระยะไกลผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งผู้ประกอบการนำเที่ยว โรงแรม และสายการบิน เพื่อพัฒนาการนำเสนอสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับความสนใจของนักท่องเที่ยว พร้อมนำเสนอประสบการณ์ที่มีความหมาย เชื่อมโยงวัฒนธรรม วิถีชีวิต อาหาร ธรรมชาติ และการดูแลสุขภาพ ตลอดจนส่งเสริมการพำนักให้นานขึ้น กระจายการเดินทางจากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยว
และส่งเสริมการเดินทางตลอดทั้งปี เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “Top Preferred Destination” ของนักท่องเที่ยวชาวอิตาลี
ททท เข้าร่วมงาน TTG Travel Experience จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 63 โดย Italian Exhibition Group (IEG)เป็นเวทีเจรจาธุรกิจท่องเที่ยวระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากทั่วโลกนำเสนอสินค้าและบริการสร้างเครือข่ายทางการค้า และพัฒนาความร่วมมือเพื่อขยายตลาด

พร้อมกันนี้ ททท. ยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรสายการบิน ได้แก่ Thai Airways International และ ITA Airways เพื่อสนับสนุนการเชื่อมต่อทางอากาศระหว่างอิตาลีกับประเทศไทย รวมถึง Neos Air สายการบินเช่าเหมาลำที่มีบทบาทในการรองรับความต้องการเดินทางในช่วงฤดูท่องเที่ยว โดยมุ่งเพิ่มโอกาสการเข้าถึงประเทศไทยและสนับสนุนการเดินทางของนักท่องเที่ยวอิตาลีในช่วงเวลาที่หลากหลายมากขึ้น เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569
นางจิระวดี ได้ให้สัมภาษณ์ด้านการท่องเที่ยวของอิตาลี ได้แก่ TTG Italia ซึ่งมีผู้เข้าชมเว็บไซต์เฉลี่ยประมาณ 400,000 รายต่อเดือน Guida Viaggi และ Destinazione Benessere เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศไทยและทิศทางการส่งเสริมตลาดปี 2570 โดยเน้นการส่งเสริมประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่เดินทางได้ตลอดทั้งปี (Year-Round Destination) ผ่านประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความหมาย (Meaningful Experience) และแนวทาง Hub and Hook ที่เชื่อมโยงเมืองหลัก อาทิ เชียงรายและกระบี่ เข้ากับเทศกาลวัฒนธรรมสำคัญ ได้แก่ งานแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี งานไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม และงานแห่ดาวคริสต์มาส จังหวัดสกลนคร รวมถึงแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดย UNESCO เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง กระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยว และส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวพำนักในประเทศไทยนานขึ้น

ทั้งนี้ ททท. ได้หารือกับพันธมิตรสายการบินและบริษัทนำเที่ยวของอิตาลี เพื่อวางแนวทางดำเนินงานในปี 2570 ภายใต้กลยุทธ์ Airline Centric และ Beyond Seasonality โดยหารือกับ ITA Airways เกี่ยวกับการรักษาความแข็งแกร่งของเที่ยวบินตรงระหว่างอิตาลีกับไทย ความเป็นไปได้ในการเพิ่มเที่ยวบิน และการส่งเสริมประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางตลอดทั้งปี
ขณะที่การหารือกับ Neos Air ครอบคลุมแนวทางส่งเสริมการขายและความเป็นไปได้ในการเปิดเส้นทางบินใหม่ในปี 2571
เพื่อเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวสู่เมืองน่าเที่ยวของไทย ส่วน Alpitour บริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ของอิตาลี ได้หารือแนวทางกระตุ้นความต้องการเดินทางมายังประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว พร้อมส่งเสริมการเดินทางในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ คือ การเข้าร่วมเสวนา Le Guide di Charmen เพื่อเผยแพร่เรื่องราวการท่องเที่ยวไทยผ่านมุมมองของ Mattia Lorenzetti และ Guido Prosperi นักเขียนด้านการท่องเที่ยวและช่างภาพชาวอิตาลี ซึ่งถ่ายทอดประสบการณ์จากการเดินทางในเส้นทางภาคเหนือของประเทศไทยและพัฒนาเป็นคู่มือท่องเที่ยวเล่มใหม่ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Giaconi พร้อมนำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวตามรอยเส้นทางผ่านบริษัทนำเที่ยว Going ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการจัดทำแพ็กเกจแบบ Tailor-Made
ช่วยเพิ่มช่องทางให้เรื่องราวและประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยเข้าถึงนักท่องเที่ยวหลายรูปแบบมากขึ้น
นอกจากนี้ ททท. ได้เข้าร่วมงาน Thai Business Briefing in Milan ซึ่งจัดโดยบมจ.การบินไทย [THAI] เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ณ Galerie d’Italia Milano เพื่อพบปะบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ของอิตาลีและนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพ โดยการบินไทยมีแผนเปิดตัวเครื่องบิน Airbus A350-900 สำหรับเส้นทางมิลาน–กรุงเทพฯ
ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้โดยสารและเปิดโอกาสให้พันธมิตรทางการค้าพัฒนาข้อเสนอการเดินทางมายังประเทศไทยได้มากขึ้น สอดรับกับแนวทาง Airline Centric ของ ททท.ที่ให้ความสำคัญกับการประสานความร่วมมือกับสายการบิน
เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและสนับสนุนการเติบโตของนักท่องเที่ยวจากตลาดอิตาลีในระยะยาว
ตลาดอิตาลีถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–12 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีแล้ว 197,981 คน ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 12 คืน และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 50,000 บาทต่อคนต่อทริป ซึ่ง ททท. คาดการณ์ว่าตลอดปี 2569
จะมีนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีเดินทางเข้าประเทศไทยไม่น้อยกว่า 295,000 คน คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 3 ของนักท่องเที่ยวจากตลาดยุโรป และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 14,700 ล้านบาท
ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่าการเข้าร่วมงาน TTG Travel Experience 2026 ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว และพันธมิตรสายการบินในอิตาลีจะช่วยกระตุ้นความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากตลาดระยะไกลสู่ประเทศไทยตลอดจนสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร





