ธปท. ขยายเกณฑ์กำกับธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้าน ดีเดย์ 1 พ.ย.69 กำชับแบงก์เพิ่มดีกรีตรวจสอบแหล่งที่มา

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาเงินเทา การยกระดับความโปร่งใส และความปลอดภัยของระบบการเงินไทย จึงได้ออกประกาศ ธปท. ที่ 57/2569 เรื่อง หลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดสำหรับสถาบันการเงิน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรมฝากเงินสด มูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปภายในวันเดียวกัน

ทั้งนี้ ให้สถาบันการเงินตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างเข้มข้น (EDD) เช่น การสอบถามแหล่งที่มาของเงิน วัตถุประสงค์ หรือขอเอกสารประกอบ ตามระดับความเสี่ยงของลูกค้า โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะใช้เฉพาะธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านสาขา จึงไม่กระทบต่อการใช้บริการของลูกค้าผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนี้ ยังขยายขอบเขตให้ครอบคลุมธุรกรรมเงินสด มูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปเพิ่มเติม ได้แก่ การฝากเช็ค หรือดราฟต์ การรับแลกธนบัตรสกุลเงินบาท การรับเงินสดเพื่อออกเช็คหรือดราฟต์ ตลอดจนการซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และการรับชำระค่าเบี้ยประกันภัย ค่าผลิตภัณฑ์การลงทุน หรือธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงิน

ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า หากสถาบันการเงินพบธุรกรรมที่ผิดปกติ หรือไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมปกติของลูกค้า จะต้องรายงาน
ให้ ธปท. ทราบ เพื่อป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินถูกใช้เป็นช่องทางในการกระทำความผิด หรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินต้องคำนึงถึงการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าอย่างเหมาะสม และมีแนวทางดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

สำหรับหลักการดังกล่าว สอดรับกับแนวทาง Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services ที่ ธปท. ริเริ่มและผลักดันร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank Group) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคการเงินในการป้องกัน และรับมือภัยทุจริต

โดย ธปฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์